ทีมไหนรุ่ง ทีมไหนร่วง! ตัดเกรดครึ่งทาง ไทยลีก 4 โซนตะวันออกเฉียงเหนือ
  • 11 มิถุนายน 2019 at 11:52
  • 3367
  • 0

ไทยลีก 4 โซนตะวันออกเฉียงเหนือ จบครึ่งซีซั่นไปได้ราว 1 สัปดาห์แล้ว ในระหว่างที่รอคอยการเสริมทัพ และเลกที่ 2 ที่กำลังคืบคลานเข้ามา สื่อ SPSTH ขออนุญาติตัดเกรด โดยนำผลงานที่เกิดขึ้นในลีกดินแดนที่ราบสูง ไปดูกันว่าทีมรักของท่านจบเกรดเทอมนี้ที่เท่าไหร่

 

 

เกรด A

 

Cr.สโมสรฟุตบอล เมืองเลย ยูไนเต็ด

 

“นักรบเซไล” เมืองเลย ยูไนเต็ด ผู้ครองสถิติชนะรวดในเกมลีกนับแต่ออกสตาร์ทฤดูกาล 2019 รวม 10 นัดก่อนไปสะดุดพ่าย นครราชสีมา ห้วยแถลงฯ อย่างไรก็ตามลูกทีมของ “โค้ชบู” ชำนาญ แพรขุนทด คืนฟอร์มทันควันเหยียบคันเร่งเข้าป้ายแชมป์ครึ่งฤดูกาล มีแต้มห่างที่ 2 ถึง 11 แต้ม ยิงประตูมากที่สุด 32 ประตู และเสียประตูน้อยที่สุด 5 ประตู

 

โดยดาวเด่นปีนี้ไม่ใช่ ชาวิน ธีรวัจน์ศรี อีกต่อไป แต่เป็น “เหยินน้อย” วิทยา ธนวัชรสันติ ดาวโรจน์วัย 23 ปี ที่ยิงไปแล้ว 8 ประตู ทั้งที่เพิ่งโยกจากกาฬสินธุ์ มาสู่อ้อมอกเมืองเลย ในซีซั่นนี้นี่เอง ก็ต้องรอดูว่าทีมที่เพียบพร้อมไปซะทุกด้าน แถมบอร์ดยังพร้อมเปย์หนักๆ แบบนี้จะเดินหน้าทำผลงานได้ดีกว่านี้ได้อีกหรือไม่ในช่วงเลก 2

 

เกรด B+

Cr.นครราชสีมา ห้วยแถลง ยูไนเต็ด

 

“หัวจักรพิฆาต” นครราชสีมา ห้วยแถลง ยูไนเต็ด ที่เปลี่ยนสถานะจากทีมกลางค่อนไปทางท้ายตาราง เปลี่ยนโฉมไปแบบพลิกฝ่ามือ ก็ต้องปรบมือให้ทีมบริหาร และการปรับจูนได้อย่างถูกจุดของ “โค้ชน้อย” บัณฑิต จูมผา โดยเฉพาะคีย์แมนในเกมรุกที่เข้าขารู้ใจอย่าง อาลิว เช็ค และพร้อมพงษ์ กรานสำโรง และที่เหนือกว่าเกมรุก คือเกมรับที่ไว้ใจได้ จากสถิติเสียประตูน้อยที่สุดถ้าไม่นับขาใหญ่อย่าง เมืองเลย อย่างไรก็ตามความสม่ำเสมอคือสิ่งที่พวกเขาต้องแก้ไขให้ได้ในเส้นทางที่เหลือ แถมมีข่าวว่าปล่อย "เอ อองรี" ออกไปด้วย ก็ต้องรอดูว่าพวกเขาจะปรับหมากอย่างไร หากหวังไปชิมลางใน ชปล. สักครั้งปลายปีนี้

 

“กระรอกสายฟ้า” ขอนแก่น มอดินแดง เพิ่งขึ้นชั้นมา แต่ไม่มีปัญหาในการต่อกรคู่แข่งร่วมโซนได้อย่างเหนือคาด ส่วนหนึ่งเพราะทรัพยากรที่พวกเขามีจาก ม.ขอนแก่น เป็นฐานที่แข็งแกร่งอย่างมาก ที่สำคัญบอร์ดเป็นคนกีฬาที่เข้าใจการบริหารจัดการทีมอย่างดีเยี่ยม ทำให้ทีมเดินหน้าแปลงสถานะจากสมัครเล่น สู่มืออาชีพได้อย่างไร้ที่ติ จุดแข็งคือเกมรุกที่ยิงได้มากที่สุดเป็นรองแค่จ่าฝูง โดยคีย์แมนชี้นิ้วไปที่ “เบส” ธนพล ศรีทอง อดีตหอก “ทีเร็กซ์” ที่ยิงกระจายไปแล้ว 14 ประตูเกินครึ่งที่ทีมทำได้ และสูงสุดในไทยลีก 4 เวลานี้

 

เกรด B

Cr. Surin City Football Club

 

"พญาคชสาร" ยึดแนวทางปั้นเด็ก โดยมี “โค้ชบอย” วัชรพงษ์ สมานทอง กุนซือเจนใหม่ทำหน้าที่ ที่แม้งบไม่เยอะ แต่ก็ยื้อคำว่าแพ้ไม่เป็นได้นานเท่าทีมเงินถังอย่าง เมืองเลย อย่างไรก็ตามผลเสมอที่มากเกินไปไม่นิด โดยเฉพาะเกมเยือนที่ชนะไม่ได้เลยสักนัด ก็ส่งให้แต้มไม่คืบเท่าไหร่

 

ไม่แตกต่างจากทีมร่วมเมืองอย่าง "ช้างไพรทมิฬ" สุรินทร์ซูก้า โขงชีมูล ที่ยึดมั่นในการสร้างผลผลิต โดยนายใหญ่อย่าง ฐาปกรณ์ ดีมาก ยังคงยืนยันว่าเลกที่ 2 ก็เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือดันเด็กมากขึ้นนั้นเอง ทั้งสองทีมหากแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ดี พวกเขาก็อาจยังมีเอี่ยวโควต้าชปล. อันดับ 2 อยู่เหมือนกัน

 

"ลำดวนเพลิง" ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด อันดับดีกว่า 2 ทีมข้างต้น แต่ต้องบอกว่าพวกเขาติดเกรดนี้แบบหวุดหวิด เพราะเอาเข้าจริงพวกเขาเพิ่งมาจุดติดชนะ 5 จาก 6 นัดท้าย ส่งทีมขึ้นมาเกาะกลุ่มนำแบบหล่อๆ ก็ต้องรอดูว่าครึ่งฤดูกาลหลัง หาก "เซอร์ดา" ปรีดา จันครา ได้กลุ่มผู้เล่นดีๆ จากทีมใหญ่อีกสักนิด โดยเฉพาะแนวรุกที่เลกแรกยิงน้อยเหลือเกิน รับรองได้ลุ้นยาวๆ

 

เกรด C

Cr. Ole Suwanna

 

"กระเรียนผยอง" มาแชร์ ชัยภูมิ เอฟซี ดูสถานการณ์ลอยตัวสุดแม้ดูเหมือนไม่ได้ห่างจากพื้นที่ ชปล. นักทว่าจากการยืนยันของ "โค้ชชู" ชูเกียรติ หนูสลุง จะไม่มีการเสริมทัพใดๆ ทั้งสิ้น นั้นก็เพียงพอจะบอกได้ว่าพวกเขาพอใจจุดที่ยืนอยู่นี้แล้ว

 

"ปูพิฆาต" มหาสารคาม เอฟซี ทีมงบน้อยที่คุมทีมโดย "โค้ชหนุ่ย" มนัสชัย ภูไพสิทธิ์ รับบทโค้ชแอนด์เพลเยอร์ เป็นคีย์แมนสำคัญแต่ไม่อาจเข็นทีมได้ดีนัก เมื่อขุมกำลังที่เหลือเป็นแข้งท้องถิ่นเลือดไทยล้วนๆ

 

"สิงห์ภูพาน" สกลนคร เอฟซี แต้มเท่ากับ ยโสธร รองบ๊วยผลงานต้องบอกว่าปริมๆ จะตกเกรด D อยู่ร่อมร่อ แต่ด้วยคุณภาพทีมที่วนเวียนในพื้นที่นี้มานานปี นั้นทำให้ผลงานที่ออกมาถูกมองว่าไม่ได้เลวร้ายไปนัก

 

เกรด D

Cr. ยโสธร เอฟซี

 

กาฬสินธุ์ เอฟซี ทีมที่เพิ่งร่วงมาจาก ไทยลีก 3 โซนบน ด้วยงบที่จำกัดส่งผลต่อการเตรียมทีม และผลงานแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ 12 นัดผ่านไปพวกเขาได้เฮเต็มเสียงแค่เกมเดียวในนัดที่เยือน สกลนคร คู่แข่งในโซนท้าย ซึ่งอาจเป็นแต้มต่อสำคัญที่ส่งพวกเขารอดตกชั้นในบั้นปลายก็เป็นได้ (หากแต้มเท่านับ เฮดทูเฮด)

 

อย่างไรก็ตามมองผ่านไปที่สถิตินี่คือทีมที่มีเกมรุก และรับแย่ที่สุด หากไม่นับทีม บี พวกเขายิงได้แค่ 10 จาก 12 นัด โดย 5 จาก 10 มาจากแบ็กซ้ายที่ชื่อ รชานนท์ รักสะอาด แถมไม่เคยชนะในบ้าน หากไม่ลงทุนในช่วงเปิดตลาดปลายเดือนนี้ เห็นทีว่าพวกเขาอาจมีลุ้นตกชั้นซ้ำซ้อนในรอบ 2 ปีก็เป็นได้

 

ด้าน “บั้งไฟพิฆาต” ยโสธร เอฟซี ทีมอันดับ 3 เมื่อปีก่อน ที่พลิกโฉมปรับบอร์ดได้อย่างน่าสนใจ ดึงตลกดังนั่งประธาน พร้อมได้นักร้องลุกทุ่งมาร่วมสร้างสีสัน อย่างไรก็ตามผลงานในสนามสวนทาง และห่างจากฟอร์มปีก่อนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

 

การจากไปของกองหน้าต่างชาติที่เคยเป็นตัวชี้ขาด ส่งผลชัด สาธร จุลเสริม ที่หวังเข้ามาเป็นมือสังหารแทนยังไม่ตอบโจทย์ ก็ต้องรอดูว่าพวกเขาจะแก้เกมอย่างไรในช่วงที่เหลือเพราะหากยังดื้อดึงกับแนวทางเดิมๆ ก็สุ่มเสี่ยงที่จะไม่ตลก และชวนเครียดในบั้นปลายได้