เหลืออีกครึ่งทาง! ตัดเกรดไทยลีก 4 โซนกรุงเทพปริมณฑล
  • 18 มิถุนายน 2019 at 12:50
  • 941
  • 0

ไทยลีก 4 โซนกรุงเทพปริมณฑล ว่ากันว่าโซนนี้เป็นโซนที่ศักยภาพอ่อนด้อยที่สุดในบรรดา 6 โซนที่เข้าร่วมแข่งขันลีกล่าง โดยเฉพาะเมื่อ  ม.นอร์ทกรุงเทพ ขาประจำในฐานะผู้นำ บอกลาเลื่อนชั้นไปในซีซั่นล่าสุด ส่งผลให้โอกาสของผู้ตามเปิดกว้างขึ้น อย่างไรก็ตามจากผลงานในเลกแรก กลุ่มผู้นำยังประกอบด้วย ทีมบี ถึง 3 ทีม จะมีเพียงแค่ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด บี แค่ทีมเดียวที่ไม่เข้าพวกจมอันดับสุดท้าย

 

สื่อ SPSTH ขออนุญาต ตัดเกรดเทอม 1 ของลีกโซนเมืองหลวง ทีมรักของท่านอยู่ในจุดไหนกันบ้างเชิญเสพกันตามอัธยาศัย

 

เกรด B+

 

Cr.Pathumthani University

 

“พีทียู” ขยับผลงานดีขึ้นตามลำดับในแต่ละปีที่เข้าร่วมแข่งขัน จาก 7 มา 5 และในปีปัจจุบันอยู่ที่ 3 ซึ่งคือพื้นที่ ชปล. และถือเป็นอันดับ 1 ในบรรดาสโมสรฯ โซนนี้ไม่นับทีมบี

 

 

สวนผสมที่ดูจะลงตัวของเด็ก ม.ปทุมธานี บวกแข้งนอก และมันสมองของโค้ชคู่อย่าง "โค้ชเบนซ์" วรเดช ภูประไพ และ “โค้ชเปิ้ล” วรพรรณ ตุ่นต้น ทำให้ทีมแข็งแกร่ง และรักษาสถิติไร้พ่ายยาวๆ จนมาสะดุดเอาในเกมท้ายๆ ของเลกแรก คีย์แมนสำคัญอยู่ที่ ซุน มัน ฮอง ห้องเครื่องชาวเกาหลีใต้ที่ยิงไป 6 แอสซิสต์ 1 และลงสนามในทุกนาทีให้ทีม อย่างไรก็ตามปัญหาคือแนวรุกต่างชาติที่ดูยังฝากผีฝากไข้ไม่ได้นัก และคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงช่วงตลาดรอบ 2

 

 

“ม้าศึกกรุงธน” ม.ธนบุรี ทะลุจากทีมน้องใหม่ ก้าวขึ้นมาเป็นทีมในกลุ่มนำได้อย่างน่าชื่นชม ภายใต้การคุมทีมของ "โค้ชบอล" ปรมินทร์ ไชยเฉลิม ผสมผสานการเล่นด้วยวัตถุดิบจากเด็ก ม.ธน ผสมผสานตัวนอกได้อย่างน่าดูชม แม้ในทีมไม่มีสตาร์ที่โดดเด่นขึ้นมาแบบจริงจัง แต่ทดแทนด้วยทีมเวิร์ค และระบบการเล่น นี่ยังไม่รวมกับผลงานที่ทะลุรอบลึกลีกคัพด้วย หากเลก 2 ปรับจูนดีๆ โดยเฉพาะพื้นที่เกมรุก ก็มีแววลุ้นไปถึงรอบ ชปล. เช่นกัน

 

 

เกรด B

 

 

โทษฐานที่ เกร็กคู สายไหม ยูไนเต็ด คือทีมที่ผ่านไปสู่รอบ ชปล. การออกสตาร์ทด้วยชัยชนะนัดเดียว จาก 4 นัดแรก ดูจะต่ำกว่ามาตรฐานไปเล็กน้อย อย่างไรก็ตามต้องชื่นชมบอร์ดที่คิดไวทำไวตั้ง เทเวศน์ กมลสินธุ์ มากู้สถานการณ์ทันควัน และกุนซือมากประสบการณ์ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อพา "เซนทอร์พิฆาต" ชนะ 5 จาก 8 นัดหลัง

 

 

จุดแกร่งที่ต้องปรบมือคือเกมรับที่เหนี่ยวแน่นสุดๆ เสียประตูน้อยที่สุดในไทยลีก 4 ที่ 4 ประตูเท่านั้น โดยคีย์แมนสำคัญคือ อนุชาติ ยศไกร เซนเตอร์จอมแกร่ง ผนึกกำลังกับเซนเตอร์ และผู้รักษาประตูชาวอิหร่าน อย่างไรก็ตามแนวรุกที่ดูจะทำประตูน้อยไปสักนิดคงต้องมีการปรับจูนอีกนิด รับรองมีลุ้นไป ชปล. 2 ปีติดแน่

 

 

"หมูเขี้ยวตัน" บ้านคุณแม่ เอฟซี โชว์ผลงานได้ดุดันเกินชื่อที่ชวนอมยิ้ม แม้ความสม่ำเสมอคือปัญหาหลักที่ "โค้ชแต้ม" ประกาศิต สุทธิไชยา ต้องแก้ไข เพราะมีช่วงฟอร์มขึ้นก็ชนะ 4 นัดรวด แต่พอเข้าโค้งสุดท้ายก็ชนะไม่เป็น 3 นัด โดยตัวหลักชี้ไปที่ ศิริศักดิ์ เย็นใจ และสุริภัทร์ แทนโสภา (ดาวซัลโวโซน ที่ 7 ประตู) ยิงรวมกัน 10 จาก 12 ประตู ก็ยังอดห่วงไม่ได้ถ้าตัวรุกหลัก 2 คนนี้ขาด ลา มาสาย แล้วพวกเขาจะไปเป็นหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากเติมตัวดีๆ เข้ามาในช่วงเปิดตลาด ไม่แน่ว่าทีมที่เดิมตั้งใจจะย้ายไปอีสาน ก็อาจมีลุ้นไป ชปล. โซนเมืองหลวงไม่น้อยโดยเฉพาะกับแต้มที่ตามพื้นที่ ชปล. แค่ 4 แต้ม

 

 

เกรด C

Cr. SIAM FC

 

สยาม เอฟซี ซื้อสิทธิ์มาจาก บีจีซี เอฟซี ทีมในกลุ่มลุ้นไป ชปล. ปีก่อน ภายใต้การคุมทีมของ "โค้ชมาตูร์" กุนซือชาวสแปนิช โดยใช้ส่วนผสมตัวผู้เล่นจาก บีจีซี (เดิม) กับอดีตลูกทีมที่สมุทรปราการเอฟซี อย่างไรก็ตามผลงานโดยรวมกลับไม่ดีนัก "สยามสปิริต" แทบจะเอาแน่เอานอนไม่ได้กับผลในแต่ละนัด และนั่นคือโจทย์หลักหากพวกเขาหวังพลิกสถานการณ์ไปอยู่กลุ่มนำในเลก 2

 

 

เกรด D

 

Cr.สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยรังสิต

 

แอร์ฟอร์ซ โรบินสัน ทีมน้องใหม่ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด ทีมชุดนี้ที่อุดมด้วยบรรดาแข้งวัยรุ่นไทยล้วน ถือว่าผลงานหากเทียบกับความเป็นทีมใหม่ในปีนี้ก็ไม่ได้แย่นัก แม้อาจจะเก็บแต้มน้อยไปสักนิด จุดเด่นยังหาแทบไม่เจอแถมแว่วๆ ว่าปัญหาการเงินก็อาจเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดพวกเขาร่วงไปอีกก็เป็นได้ในเลก 2

 

 

“ไอ้เสือบุก” หลังจากชนะนัดเปิดฤดูกาล ทีมก็ยิงยาวไร้ชัย 8 นัดก่อนมาเก็บชัยได้ 2 นัดและตบท้ายด้วยแพ้อีกนัด ด้วยข้อจำกัดในเรื่องขุมกำลังที่ต้องใช้แข้งในสถาบันเป็นหลักดูจะเป็นจุดดึงรั้งศักยภาพไม่น้อย ปัญหาหลักๆ ที่ต้องแก้ด่วนคือเกมรุกที่ยิงได้น้อยที่สุดในลีกในลีกอาชีพเมืองไทยร่วมกับทีมที่จะกล่าวในย่อหน้าถัดไป ซึ่งแนวโน้มในเลก 2 คงไม่ต่างจากเดิมเมื่อ อาจารย์ไพรัช หิมเวช ผจก.ทีม ม.รังสิต ยืนยันว่านโยบายในเลก 2 ยังยึดตัวในสถาบัน แถมจะมีแกนหลักบางส่วนที่ศึกษาจบ และอำลาทีมไปด้วย ก็คงต้องลุ้นยาวๆ จนจบปีนี้

 

“ป้อมปราการ” เปลี่ยนสถานะจากยักษ์ใหญ่ลีกล่าง เป็นทีมที่กลางตารางค่อนไปทางท้ายได้สัก 1-2 ปีแล้ว ผลงานปีนี้ยังคงต้องใช้คำว่า “น่าผิดหวัง” นี่คือทีมที่ปลดล็อคประตูแรกในลีกได้ช้าที่สุดในประเทศไทย และปัจจุบันก็ยังคงสถานะทีมที่ทำประตูน้อยที่สุดร่วมกับ ม.รังสิต ที่ 5 ประตู แม้ชื่อชั้นตัวผู้เล่นก็ไม่ได้ดูขี้เหร่นัก แต่ผลงานกับผิดรูปผิดรอย ก็ต้องรอดูว่าในเลก 2 สมุทรปราการเอฟซี ที่มักเร่งเครื่องได้เสมอจะมาได้หรือไม่ในปีนี้

 

 

“เสือรังสิต” รังสิต ยูไนเต็ด ซื้อสิทธิ์ทำทีมต่อจาก เดฟโฟ่ เอฟซี โดยใช้ตัว ม.กรุงเทพ เป็นแกนหลัก อย่างไรก็ตามผลงานที่ออกมาตลอดครึ่งฤดูกาลแรกต้องใช้คำว่า “น่าเป็นห่วง” เมื่อทีมแพ้รวดยามเล่นนอกบ้าน แถมพวกเขาเสียประตูมากที่สุด (ไม่นับทีม บี) ซึ่งในเลก 2 ก็ยังไม่ชัดเจนนักว่าทีมจะเดินต่อในทางไหน ใครจะมาเป็นโค้ชใหญ่เมื่อมีข่าวหน้าหูว่า ประภาร นาคพงษ์ ที่มาช่วยทีมตั้งแต่กลางเลกแรก ก็อาจไม่ได้อยู่คุมต่อแล้วในเส้นทางที่เหลือ

 

 

ซึ่งทั้งหมดที่เข้าข่ายเกรด D คงต้องลุ้นยาวๆ ในเลก 2 เพราะดูแนวโน้มแล้วทุกทีมต่างมีการตัดแต้มกันเองหมด งานนี้บั้นปลายอาจต้องวัดผลที่เฮดทูเฮดว่าทีมใดจะน้ำตาตก ร่วงตกชั้นก็เป็นได้