โค้งสุดท้าย ไทยลีก 4
  • 8 สิงหาคม 2019 at 23:05
  • 1973
  • 0

เผลอแปปเดียวการแข่งขันในศึกไทยลีก 4 ก็เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายในฤดูกาลปกติแล้ว สื่อ SPSTH ขอนำมาผู้อ่านทุกท่านไปเกาะติดสถานการณ์ในโค้งสุดท้าย ว่าในแต่ละโซนเป็นอย่างไรกันบ้าง

 

โซนตะวันออกเฉียงเหนือ

Cr.สโมสรฟุตบอล เมืองเลย ยูไนเต็ด

ชัดเจนว่าตำแหน่งแชมป์โซนไม่ช้าก็เร็วต้องตกเป็นของ เมืองเลย ยูไนเต็ด ที่รักษามาตรฐานได้ดีเยี่ยม "นักรบเซไล" ทิ้งแต้มจากที่ 2 อยู่ 11 แต้ม ขณะที่เหลือโปรแกรม 5 นัด และ 4 ใน 5 เป็นการพบทีมครึ่งล่างของตาราง

 

ส่วนเรื่องการไป ชปล. นั้นไม่ต้องพูดถึงเมื่อทีมเงินถังจากวังสะพุงถือตั๋วไว้ในมือแล้วในเวลานี้ เมื่อนำทีมอันดับ 3 อยู่ 12 แต้ม และกุมความได้เปรียบเฮดทูเฮดที่เหนือกว่า เท่ากับว่านี่คือทีมแรกในลีกล่างที่การันตีสู่ ชปล.2019

 

มาว่ากันต่อที่ ตั๋วลำดับที่ 2 บอกตามตรงว่ายังยากจะคาดเดา นครราชสีมา ห้วยแถลง นั่งที่ 2 จากผลงาน 36 แต้มจาก 19 นัด แต่อะไรก็ยังไม่แน่เมื่อ ขอนแก่น มอดินแดง และศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ยังตามมาไม่ห่าง แม้แข่งมากกว่า 1 นัด แต่ต้องบอกว่าโควต้าสุดท้ายนี้คงต้องลุ้นกันยาวๆ เมื่อ 3 ทีมที่ว่ายังมีโปรแกรมที่ต้องตัดแต้มกันเองด้วย โดยหนักสุดเห็นจะเป็น "หัวจักรพิฆาต" ที่ 4 จาก 5 นัดเป็นการประมือกับคู่แข่งท็อปไฟว์

 

ด้านโซนตกชั้นตามทฤษฎียังมีโอกาสเป็นไปได้นับตั้งแต่ที่ 5 ไล่ลงมา แต่ที่ต้องเฝ้าดูอาการที่สุด เห็นจะไม่พ้น มหาสารคาม เอฟซี, ยโสธร เอฟซี และกาฬสินธุ์ เอฟซี ชัดเจน "โปงลางคะนอง" แต้มน้อยสุดจริง แต่ยังเตะน้อยกว่า โดยหากเทียบโปรแกรมโค้งสุดท้ายแล้วที่หินสุดคงเป็น "ปูพิฆาต" ที่ต้องเจอท็อปไฟว์ใน 4 เกมสุดท้าย แถมเฮดทูเฮดก็เป็นรองคู่แข่งในโซนหนีตายทั้งหมด

 

โซนกรุงเทพปริมณฑล

Cr.pathumthani university

สถานการณ์ผู้นำในโซนเมืองหลวง คงเป็นเรื่องระหว่าง ม.ปทุมธานี, เกร็กคู สายไหม ยูไนเต็ด และ ม.ธนบุรี ทั้งหมดเหลือโปรแกรม 5 นัด "พีทียู" มีแต้มต่อที่การนำอยู่ที่ 42 แต้ม โดยสองทีมผู้ตามไล่มาห่างๆ ที่ 35 แต้ม

 

"พีทียู" มีโอกาสสดใสที่สุดในกลุ่มนี้ ส่วน "ม้าศึกฝั่งธน" ยังมีเฮดทูเฮดที่ดีกว่า "เซนทอร์พิฆาต" ในกรณีที่เมื่อจบซีซั่นทั้งสองทีมแต้มเท่ากัน หากดูจากความยากง่ายของโปรแกรม เกร็กคู สายไหม มีโอกาสอกหักสูงสุดเมื่อโปรแกรม 3 จาก 5 นัดท้ายพวกเขาเจอทีมบีคุณภาพอย่าง เมืองทอง บี, ทรู แบงค็อก บี และโปลิศ บี ที่สองทีมแรกยังลุ้นถึงแชมป์ (ทีมบีไม่มีสิทธิ์ไป ชปล. แต่จะรับเงินรางวัลในกรณีที่จบอันดับ 1)

 

โซนตกชั้นเป็นไปได้ตั้งแต่ สมุทรปราการเอฟซี, แอร์ฟอร์ซ โรบินสัน, ม.รังสิต และรังสิต ยูไนเต็ด ในบรรดา 4 ทีม "ป้อมปราการ" มีแต้มมากสุด แต่แข่งมากกว่า 1 นัด ส่วนที่สถานการณ์สุ่มเสี่ยงมากหน่อยเห็นจะเป็นสองทีมแห่งเมืองรังสิต ที่มี 13 และ 9 แต้มตามลำดับ ความน่าสนใจอีกอย่างคือในกลุ่มหนีตายทุกทีมที่กล่าวว่าอย่างน้อยจะมีโปรแกรมตัดแต้มกันเอง 1 นัด นั้นทำให้ยากจะคาดเดาว่าสุดท้ายแล้วทีมตกชั้นจะเป็นทีมใด

 

โซนตะวันตก

Cr.chainat united

เรียกว่าผลัดกันขึ้นมายืน 1 ในโซนกันครบแล้ว สำหรับแคนดิเดตลุ้นแชมป์ และไป ชปล. สำหรับ อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด, หัวหิน ซิตี้ และชัยนาท ยูไนเต็ด ที่มี 43, 41 และ 39 แต้มตามลำดับ ดูจากโปรแกรมแล้วแต่ละทีมเจอโปรแกรมไม่ยาก และต่างเล่นในบ้านกันแบบถ้วนหน้า

 

จะมีแค่ "นักสู้เมืองนก" ที่ดันไปฟอร์มหลุดจนตกมาอยู่ที่ 3 ที่จะมีเกมเยือน 1 นัดที่จะไปพบ "กิเลนเจ้าสัว" แต่มองแง่ดีจะเป็นเกมตัดแต้มคู่แข่งโดยตรง ซึ่งเกมนี้ตรงกับโปรแกรมแข่งนัดส่งท้ายพอดิบพอดี แต่หากบทสรุปจบที่แต้มเท่ากันความช้ำจะตกเป็นของ ชัยนาท ยูไนเต็ด ที่เฮดทูเฮดเป็นรองคู่แข่งกลุ่มนำทั้งหมด

 

ส่วนพื้นที่หนีตกชั้นเป็นเรื่องของ ลูกอีสาน เอฟซี (23 แต้ม), สระบุรี ยูไนเต็ด (21 แต้ม), สมุทรสงคราม เอฟซี (20 แต้ม) และ สพล.สมุทรสาคร ยูไนเต็ด (19 แต้ม) ที่จากโปรแกรมยังหนักพอๆ กันใน 4 เกมสุดท้าย "พญานาคิน" แต้มดีที่สุดแต่ก็ยังชะล่าใจไม่ได้เมื่อต้องเล่นเกมเยือน 3 นัด ดูจะได้เปรียบกว่าพวกคือ "นักรบขุนศึก" ที่ได้เล่นในบ้าน 2 นัดวัดกับทีมอันดับล่างกว่า

 

ส่วนที่ต้องลุ้นหนักกว่าใครๆ คือสองทีมจากเมืองสมุทร ที่ต้องเจอ 2 ทีมลุ้นแชมป์, 1 ทีมหนีตาย และชัยนาท ฮอร์นบิล บี ทีมอันดับ 4 โดยทุกนัดต้องลงเล่นในฐานะทีมเยือนด้วย ก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายหวยจะไปตกที่ทีมใด

 

โซนใต้

Cr.satun united

สถานการณ์ลุ้นแชมป์ และไป ชปล. เป็นเรื่องของ คาเด็นซ่า สตูล ยูไนเต็ด ที่ยืน 1 เก็บไปแล้ว 40 แต้ม, ปัตตานี เอฟซี 37 แต้ม และสุราษฎร์ธานี ซิตี้ 32 แต้ม ตามแต้มต่อชัดเจนว่า "ตะพัดพิฆาต" ต้องชนะทุกนัดที่เหลือ และภาวนาให้ 2 ทีมนำมีสะดุด ความยากคือ 4 นัดที่เหลือทีมไม่มีโปรแกรมตัดแต้มคู่แข่งกลุ่มเดียวกันเลยสักนัด นั่นทำให้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ

 

ด้าน 2 ทีมนำโปรแกรมยากง่ายพอกัน ที่ดูเป็นต่ออยู่คือ "หมอผี" ที่มีเกมในบ้านรอฟัด "ปืนใหญ่ลังกาสุกะ" ในนัดรองสุดท้ายที่คาดว่าจะเป็นบทสรุปของแชมป์ในโซนใต้ ส่วนพื้นที่ ชปล. อาจจบไวกว่านั้นเมื่อ 2 ทีมนำขออีก 5 และ 8 แต้มตามลำดับ เพื่อให้แต้มขาดจากที่ 3

 

ด้านโซนหนีตกชั้นเป็นไปได้ทั้ง เมืองคอน ดับบลิวยู, พัทลุง เอฟซี และยาลอ ซิตี้ ที่มี 17 แต้มเท่ากัน แต่ "อีแอ่นเหินฟ้า" ยังมีโปรแกรมเหลือมากที่สุด 5 นัด แต่ความยากก็เรียกว่าหินทั้งหมดเพราะด้วยจำนวนทีมที่น้อยมากทำให้แทบทุกนัดที่เหลือหากไม่วัดกันเองก็ต้องไปตัดกับทีมนำ ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ในพื้นที่หนีตายอาจจบที่แต้มเท่า และต้องไปดูผลด้านอื่นๆ เพื่อหาสักทีมไปเริ่มใหม่ในอเมเจอร์ลีก

 

โซนตะวันออก

Cr.kohkwang_fc

เป็นโซนที่สถานการณ์ทุกอย่างแทบจะเห็นภาพจบชัดเจนที่สุด แชมป์ และพื้นที่ ชปล. เป็นเรื่องของ บ้านค่าย ยูไนเต็ด แชมป์เก่า และเกาะขวาง เอฟซี น้องใหม่จอมทุ่ม ที่ขับเขี้ยวมาตั้งแต่ต้นซีซั่น จนกระทั่งวันอาทิตย์นี้ ที่อาจเป็นจุดตัดของบทสรุปว่าทีมใดจะซิวแชมป์บูรพาไปครอง

 

ปัจจุบัน “นักรบพระเจ้าตาก” และ “เหยี่ยวแดงพิฆาต” มีแต้มเท่ากันที่ 52 แต้ม แต่ บ้านค่าย กุมความได้เปรียบในเรื่องเฮดทูเฮด เช่นกันกับประตูได้ที่ยิงมากกว่า 10 ประตูพอดี ฉะนั้นการพบกันยกที่ 4 สุดสัปดาห์นี้คือตัวแปรหลักที่ส่งทีมใดสักทีมสู่แชมป์บั้นปลายได้เลย

 

ส่วนเรื่องการไป ชปล. ทั้งสองทีมขออีกแค่ 3 แต้มจากโปรแกรมที่เหลือ เมื่อต่างก็ถือไพ่เฮดทูเฮดที่เหนือกว่า พัทยา ดิสคอฟเวอร์รี่ ยูไนเต็ด ที่มาเครื่องสะดุดเอาในช่วงสำคัญจนหลุดจากเส้นทางอย่างน่าเสียดาย

 

โซนตกชั้นทางทฤษฎียังพอเป็นไปได้ที่ พานทอง เอฟซี ที่มีแค่ 10 แต้มจาก 23 นัด จะรอดหากพวกเขาโกยแต้มแบบเรียบวุธ พร้อมสาบส่งคู่แข่งในกลุ่มท้ายอย่าง จันทบุรี, กองเรือยุทธการ ที่มีแต้มใกล้ที่สุด (ห่าง 9 แต้ม) ฟอร์มรูด

 

แต่ก็นั้นแหละเหมือนบทละครขีดเขียนให้บทสรุปของโซนนี้จบลงตั้งแต่ในสัปดาห์นี้ เมื่อ “เดอะ ฮันต์แมน” ต้องเยือน จันทบุรี เอฟซี ซึ่งหากผลไม่ได้เก็บ 3 แต้มกลับมาก็แทบจะอำลากันได้เลย เพราะโปรแกรมจากนี้ยังต้องไปเจอ 2 ทีมนำที่คงยังเดินหน้าใส่เกียร์ 5 เพื่อแชมป์ด้วย

 

โซนเหนือ

Cr.สโมสรฟุตบอลนครแม่สอด ยูไนเต็ด

เป็นโซนที่มีความผันผวน และยุ่งเหยิงที่สุดก็ว่าได้ ณ เวลานี้โปรแกรมเหลือ 5 นัด ทีมในกลุ่มท็อปโฟร์ ยังมีลุ้นหยิบชิ้นปลามันทั้งหมด เริ่มจาก อุตรดิตถ์ ที่เก็บไปแล้ว 51 แต้ม ขออีก 10 แต้มจาก 5 นัดเพื่อการันตีแชมป์ เนื่องจากแม้จะมีเฮดทูเฮดดีกว่าสองทีมเมืองพิษณุโลก ก็จริง แต่ก็ยังมีตัดแต้มกับ แม่โจ้ ยูไนเต็ด ที่ยังไม่ชัดเจนว่าสุดท้ายทีมใด เฮดทูเฮด ดีกว่า

 

ส่วนอันดับ 2-3 แม่โจ้ ยูไนเต็ด และวัดโบสถ์ ซิตี้ ที่แต้มเท่ากันที่ 45 แต้มนั้นก็งานหินเมื่อมีทั้งตัดแต้มกับกลุ่มนำ และหนีตกชั้นไม่แตกต่างกัน โดยคู่นี้ยังต้องโคจรมาเจอกันเองในนัดท้ายด้วย

 

ด้าน "ขุนพลนเรศวร" ที่แก้เกมจนกลับมามีลุ้นเล็กๆ ดูจะยากสักหน่อยกับ 41 คะแนนที่มีอยู่ แต่การที่ทีมยังเหลือเจอทุกทีมที่อยู่เหนือกว่านั้นเหมือนเป็นทางลัดเล็กๆ แต่ก็ขึ้นกับข้อแม้ที่ต้องชนะอย่างเดียวเท่านั้น ฉะนั้นกลุ่มนำในโซนนี้ยังมีอะไรให้ติดตามอีกมากใน 100 เมตรสุดท้าย

 

โซนตกชั้นก็เข้มข้นสุดๆ สิงห์บุรี บางระจัน (34 แต้ม), น่าน เอฟซี (31 แต้ม), นครแม่สอด ยูไนเต็ด (29 แต้ม) ความยากง่ายก็ไม่แตกต่างกันเลยทุกทีมยังมีแต้มลอยจากการพบทีมบี อีกทีมละ 2 แมตช์ แต่ที่เหลือหากไม่ตัดกันเองก็เจอทีมท็อปโฟร์ ซึ่งบทสรุปสุดท้ายก็ยังยากจะคาดเดาจริงๆ

 

และนี่คือบทสรุปคร่าวๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมเกมการแข่งขันในช่วงโค้งสุดท้าย ย้ำอีกครั้งในเรื่องกติกา หากแต้มเท่ายึดไล่เรียงตามหัวข้อดังนี้ 1.เฮดทูเฮด >>> 2.ผลต่างประตูได้-เสีย ของทีมแต้มเท่า (ไม่นับกฎประตูทีมเยือน) >>> 3.ประตูได้ของทีมที่มีคะแนนเท่ากัน >>> 4.ผลต่างประตูได้-เสีย ทั้งฤดูกาล >>> 4.ประตูได้ทั้งฤดูกาล >>> 5.คะแนนใบเหลือง-แดงสะสม (Fair Play Points) และหากไม่สามารถหาผู้ชนะได้ตามหัวข้อข้างต้นให้แข่งใหม่ 1 นัดหากเสมอในเวลาต้องชี้ขาดด้วยการยิงจุดโทษทันที