ไม่เคยยอมแพ้ .. นราธิป เครือรัญญา

ชลบุรี เอฟซี เปิดตัว นราธิป เครือรัญญา แข้งไทยรายแรกสุดที่ถูกดึงเข้ามาสู่ทีมยอดทีมดังแดนตะวันออก ท่ามกลางความสงสัยว่าเจ้าหนุ่มวัยย่าง 24 ปี จากลีกล่างสุดเมืองไทย ที่พกรูปร่างผอมเกร็งนี้มีดีอะไรถึงทำให้ สะสม พบประเสริฐ เลือกที่จะหยิบยื่นโอกาสให้

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ กุนซือจอมโอหัง เห็นบางอย่างในตัวแข้งรายนี้ เขาคือใคร มาจากไหน และผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง วันนี้ SPSTH ขอนำท่านผู้อ่านไปตามซีรี่ย์ลูกหนังตอน .. ไม่เคยยอมแพ้

 

 

 

เด็กชาย "แม็กซ์" นราธิป เครือรัญญา หรือชื่อเดิม ตรีเพชร เกิดที่ จ.สุรินทร์ โดยความทรงจำแรกสุดกับเกมลูกหนัง เกิดขึ้นเมื่อครั้งนั่งเกาะจอทีวีกับครอบครัวดูฟุตบอลนัดพิเศษ ระหว่างทีมชาติไทย พบ ลิเวอร์พูล และนั่นเป็นแรงบันดาลใจแรกสุดให้เขารักกีฬาลูกหนัง โดยที่แน่นอนว่าสโมสรฯ ในดวงใจไม่พ้น "หงส์แดง" ยอดทีมจากเกาะอังกฤษ ชีวิตเขาผูกติดกับฟุตบอลนับแต่นั้น

 

 

"แม็กซ์" เข้าเรียนต่อมัธยม 1 ในตัวอำเภอ เช้าเรียนหนังสือ เย็นเตะบอลตามประสา โดยที่ตัวเขาไม่เคยผ่านการติดตัวโรงเรียนเลย กระทั่งช่วงปิดเทอม ย้ายไปอยู่กับคุณพ่อที่ กทม. ทำให้เขาได้ฝึกฟุตบอล กับ เอ็กซ์ไซต์ อะคาเดมี่ ย่านพระราม 2 ได้เรียนอยู่ 3-4 คอร์ส กระทั่งเปิดเทอมเข้ากลับมาเรียนต่อที่ จ.สุรินทร์ ตามปกติ โดยเด็กหนุ่มคนนี้เฝ้ารอโอกาสที่จะไปเพิ่มพูนศาสตร์ลูกหนังเมื่อถึงช่วงปิดเทอมอีกครั้ง

 

ชักภาพหมู่กับเพื่อนๆ ทีมโรงเรียนฐานปัญญา

 

แต่การเข้ากรุงคราวนี้ ประจวบเหมาะพอดีกับที่ โรงเรียนฐานปัญญา ที่อยู่ย่านเดียวกับที่คุณพ่ออยู่ มีเปิดคัดทุนนักกีฬาฟุตบอล "แม็กซ์" ที่อยากลองความสามารถตัวเองว่าถึงระดับไหนแล้วไม่รอช้าหิ้วสตั๊ดไปคัดทันที และแน่นอนเขาคัดติดทุน แม้ไม่เคยติดตัวโรงเรียนที่ไหนมาก่อน หลังจากปรึกษากับครอบครัวแล้วเห็นสมควรให้ "แม็กซ์" ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ เพื่อโอกาสทางการศึกษา และโอกาสในการเล่นฟุตบอลที่มากขึ้น แม้ในทีแรก คุณพ่อคุณแม่ยังไม่เห็นด้วยมากนักกับการที่ลูกชายสุดที่รักเลือกเอาดีด้านนี้ อย่างไรเสียทั้ง 2 ก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่ และช่วงอายุ 15 ปีนี้เองที่เป็นการเริ่มต้นนับ 1 จริงจัง

 

 

ภายใต้การฝึกซ้อมของ อ.สุวิทย์ สงครามรอด ที่เปรียบดั่งครูคนแรกที่ถ่ายทอดศาสตร์ลูกหนังให้ "แม็กซ์" ทั้งหมด หนุ่มน้อยคนนี้ซ้อมหนักด้วยความหวังที่จะก้าวสู่ระดับอาชีพให้ได้ กระทั่งอายุ 18 หลังจบรายการฟุตบอล 7 สี มีรุ่นพี่คนหนึ่งเห็นแววแนะนำให้ไปคัดตัวกับ กรุงธนบุรี เอฟซี ในระดับดิวิชั่น 2 แน่นอน "แม็กซ์" รับคำไปร่วมฝึกซ้อมกับ "อัศวินดาบม้า" กระทั่งความมุ่งมั่นตั้งใจไปเข้าตา "โค้ชอ๋า" ภานุวัฒน์ ยินผัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนในเวลานั้น ที่มอบรางวัลแห่งความพยายามด้วยสัญญาอาชีพ 2 ปี ตั้งแต่ยังไม่จบมัธยม 6 ดีนัก

 

Cr.สโมสรฟุตบอลกรุงธนบุรี - Krungthonburi FC

 

ปีกซ้ายร่างบางยอมรับว่าช่วงเวลานั้นด้วยความที่เด็กสุด ทำให้ย่อมกดดันเป็นธรรมดา แต่กำลังใจ และแรงสนับสนุนเต็มที่จากคุณพ่อ คุณแม่ ที่เวลานี้ไม่เหลือความสงสัย กังวลใจในตัวลูกชายอีกแล้ว ก็ทำให้ "แม็กซ์" ก้าวเดินในเส้นทางลูกหนังตามที่ตั้งใจ แม้ในทีแรกโอกาสลงสนามน้อยนิด แต่นานวันเมื่อเริ่มมีโอกาสสัมผัสเกมมากขึ้น ก็ทำให้ "แม็กซ์" เริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นตามลำดับ

 

 

หลังจบมัธยม 6 "แม็กซ์" เข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยธนบุรี ที่นี่ "แม็กซ์" เล่นฟุตบอลมหา'ลัย รายการต่างๆ ควบคู่ไปด้วย กระทั่งฟอร์มการเล่นที่เริ่มจับต้องได้ในศึกกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ก็ไปเข้าตา "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ ที่บังเอิญเข้ามานั่งชมเกมในสนามอย่างจัง ชนิดที่ว่าหลังจบเกมทีมสตาฟฟ์ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ต้องมาทาบทามให้ลองไปทดสอบฝีเท้าทันที

 

Cr.AirForceUnitedFC2489

 

ฝีเท้าไม่ใช่ปัญหา "แม็กซ์" ได้สัญญาใหม่ 2 ปี กับทีมในระดับที่สูงขึ้น เด็กโนเนมที่ได้ขึ้นชั้นไปร่วมฝึกซ้อมกับบรรดาแข้งดัง เขาถือโอกาสนี้ซึบซับประสบการณ์ตรงที่หาไม่ได้จากที่ไหนให้มากที่สุด ด้วยความที่เขายังอายุน้อยมาก เมื่อโอกาสลงสนามตัวจริงมาถึง ด้วยความที่ตื่นสนาม "แม็กซ์" ทำทุกอย่างที่หวังไว้พังหมด ตัวรุกร่างบางเล่าว่า "จำได้ดีครับเกมนั้นพบ เพื่อนตำรวจ ผมได้โอกาสลงตัวจริง เราคาดหวังว่าจะทำได้ดี พิสูจน์ตัวเองให้ได้ แต่ที่คิดไว้ไม่ใช่เลยครับ ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด จบเกมนั้นโอกาสลงสนามผมไม่มีแล้วครับ พอจบเลก ผมก็ถูกส่งไปเล่นกับ เกร็กคูฯ ที่เป็นทีมพันธมิตร ในลีกล่างในรูปแบบยืมตัวทันที"

 

 

"แม็กซ์" กลับมาเล่นด้วยฟอร์มที่ดีอีกครั้งในสีเสื้อ "แข้งยาโด๊ป" ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม ได้โอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องทำให้พอจบฤดูกาล "อินทรีทัพฟ้า" ก็เรียกกลับไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ อย่างไรก็ตามโอกาสแก้ตัวของเขาก็ยังไม่เกิดขึ้น เมื่อก่อนเปิดฤดูกาลเขาอยู่ในลิสต์ที่ต้องลงไปเล่นกับ แอร์ฟอร์ซ โรบินสัน ในลีกล่าง เช่นเดิม

 

 

ปีกซ้าย ที่สามารถขยับขึ้นไปเล่นกองหน้า เอาตัวรอดในลีกล่างได้แบบไร้ปัญหา และเหมือนฟ้าก็เป็นใจเมื่อสตาฟฟ์ทีมใหญ่ก็ติ๊กชื่อเขาอยู่ในลิสต์ที่จะกลับขึ้นสู่ยานแม่ แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาต้องผิดหวัง "แมตช์นั้นเป็นแมตช์สุดท้ายของฤดูกาล คือผมไม่รู้ว่าผมก่อความผิดพลาดตรงไหน พอแข่งเสร็จสตาฟฟ์ก็มาแจ้งว่าจะมีคนที่ได้ไปต่อ แต่จะมีบางคนที่โดนตัดออก คือผมคิด ผมมั่นใจตลอดว่า อย่างไร ผมก็มีชื่อขึ้นชุดใหญ่แน่ แต่มันไม่ใช่เลยผมโดนยกเลิกสัญญา"

 

 

ในความโชคร้าย ก็ยังมีความโชคดี มีรุ่นพี่ ทอ. แนะนำให้ขึ้นเหนือไปเล่นกับ พิษณุโลก เอฟซี ด้วยความหวังที่จะพิสูจน์ตัวเองเต็มเปี่ยม อย่างไรก็ตามความผิดหวังก็พุ่งชนเขาอย่างจังอีกครั้ง "แม็กซ์" ถูกมองแค่อะไหล่ชั้นดีที่แทบไม่ได้สัมผัสสนาม จบเลกเขาตัดสินใจเดินไปขอยกเลิกสัญญากับต้นสังกัด แล้วหอบหิ้วความผิดหวังครั้งใหม่กลับมาเล่นฟุตบอลกองทัพไทยไปก่อน

 

ชุดแชมป์กองทัพไทย ปี 60

 

จากนั้นแม้มีโอกาสเซ็นสัญญากับ หัวหิน ซิตี้ สั้นๆ แต่ด้วยปัญหาการฝึกซ้อม การเดินทางไปกลับกรุงเทพ-หัวหิน ทำให้ "แม็กซ์" ตัดสินใจยกเลิกสัญญาตั้งแต่ยังไม่ได้ลงเล่นกับ "เรือใบสีขาว" ด้วยซ้ำ ระหว่างนั้นเขาก็ยังรับราชการทหารอากาศ โดยมีภารกิจหลักคือเล่นฟุตบอลกองทัพไทย กระทั่ง ทหารอากาศ ไปถึงตำแหน่งแชมป์ในที่สุด

 

 

ร้างจากเวทีอาชีพไปร่วมปี หลังเสร็จสิ้นจากภารกิจในกองทัพ "แม็กซ์" กลับไปฝึกซ้อมกับ ม.ธนบุรี อีกครั้ง เพื่อเล่นฟุตบอลในนามสถาบันอีกครั้ง โดยก่อนปิดตลาด เขาเลือกหอบความหวังในการกลับสู่ฟุตบอลอาชีพไปหาต้นสังกัดเก่าอย่าง แอร์ฟอร์ซ โรบินสัน อีกครั้ง แต่การเซ็นสัญญาไม่เกิดขึ้นเมื่อเขาถูกปรามาสว่าไม่ดีพอ

 

 

จมความผิดหวังครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ "แม็กซ์" ไม่มีทีมอยู่ 1 เลกกระทั่งตลาดเปิดอีกครั้ง เสียงปลายสายจากรุ่นพี่ ทอ. แจ้งข่าวดีเมื่อ "โค้ชเกลี้ยง" น.อ.นราศักดิ์ บุญเกลี้ยง สนใจให้ไปช่วยทีม เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ไหน อย่างไรแต่ก็รับคำทันทีกับ "ความหวัง" ครั้งใหม่ โดยมารู้อีกทีทีมที่ว่าคือ อีสานดีบีช ออร่า พัทยา นั่นเอง

 

 

Cr.Dolphin Shutter

 

ความผิดหวังนับครั้งไม่ถ้วนทำให้คราวนี้ "แม็กซ์" เลือกปรึกษากับคุณพ่อคุณแม่ แต่คำตอบยังเหมือนเดิมคือพร้อมสนับสนุนเต็มที่ไม่ว่าจะอย่างไร นั่นทำให้เป็นแรงใจอย่างดีก่อนตัดสินใจก่อนมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก แม้สุดท้าย "โค้ชเกลี้ยง" ไม่ได้มาตามที่เขาคิด ช่วงแรกเขาตีรถไปกลับ กรุงเทพ - พัทยา เพื่อลงทีมในช่วงปรีซีซั่น โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะได้สัญญาหรือไม่ เมื่อเวลาผ่านไป การปรับตัวเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น สัญญาอาชีพถูกเสนอเข้ามา ทุกอย่างก็ดูเริ่มเป็นใจให้เขาบ้างแล้ว

 

 

"แม็กซ์" กลับมาเล่นฟุตบอลด้วยความมั่นใจ และสนุกกับมันอีกครั้ง หลังจบเลก 2 กับ "โลมาสายพันธุ์ใหม่" นราธิป พกความมั่นใจกลับไปเล่นฟุตบอล ยูลีก กับ ม.ธนบุรี ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยม กระทั่งมีชื่อไปติดทีมชาติไทยชุด ม.อาเซียน ชุด 20 คนสุดท้าย บินไปคว้าแชมป์ที่เมียนมา ซึ่งหลังจบรายการดังกล่าวจากดาวรุ่งโนเนม ก็มี เกษตรศาสตร์ เอฟซี, ตราด เอฟซี ทาบทามเข้ามาแม้สุดท้ายดีลไม่ลุล่วงก็ตาม

 

 

เขาเลือกปักหลักที่ "โลมาสายพันธุ์ใหม่" ที่ปีนี้เปลี่ยนโฉมเป็น พัทยา ดิสคอฟเวอร์รี่ ยูไนเต็ด ปีนี้เขายิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ เป็นคีย์แมนหลักในแนวรุกของทีมดังเมืองพัทยา แม้ต้นสังกัดต้องเจอสภาวะผันผวนเมื่อกุนซือผลัดหน้ามาคุมถึง 3 รายทว่าอุปสรรคดังกล่าว ไม่ส่งผลต่อ "แม็กซ์" เขาคือตัวเลือกแรกในเกมรุก ที่พาทีมผลงานทะลุเป้าจบในอันดับที่ 3 ไทยลีก 4 โซนตะวันออก โดยผลงานส่วนตัวเขายิงไป 17 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ จาก 28 นัดที่ลงสนาม

 

 

Cr.Chonburi Football Club

 

แล้วผลตอบแทนความทุ่มเท และไม่ยอมแพ้ ก็มาไวกว่าที่คาด เมื่อ "โค้ชเตี้ย" คนเดิมกับที่เห็นอะไรบางอย่างในตัวเด็กร่างบางคนนี้เมื่อหลายปีก่อน เลือกหยิบยื่นโอกาสให้เขาอีกครั้ง ด้วยสัญญากับ ชลบุรี เอฟซี แม้ชัดเจนว่าบททดสอบที่ยากขึ้นยังรอเขาอยู่มากมาย แต่ภาพชูเสื้อ "ฉลามชล" ในวันเปิดตัวคงไม่มีใครภูมิใจเท่าตัวของ "แม็กซ์" นราธิป เครือรัญญา ที่ความผิดหวังแวะมาทักทายเขาบ่อยเหลือเกินในช่วง 4-5 ปีมานี้ แต่เขาเลือกยิ้มรับแล้วสู้ในเส้นทางที่เลือกต่อไป ... เพียงเพื่อจะขอแค่โอกาสได้พิสูจน์ตัวเองสักครั้ง