• 22 พฤศจิกายน 2018 at 16:08
  • 1284
  • 0

ทีมงาน Supersub Run นำเสนอข่าวสารวงการวิ่ง ถือเป็นคอนเทนท์กึ่งข่าวกึ่งแรงบันดาลใจและสร้างสรรวงการวิ่งให้ทุกคนออกมาวิ่ง เพื่อสุขภาพ 

 

เรื่องราวแรก เปิดประเดิมเจิมข่าวแรก กับ "ดำ" ขวัญชัย เฟื่องประกอบอดีตนักบอลทีมชาติไทย ที่เลิกเล่นไปและไม่ได้ออกกำลังกายกว่า 2 ปี ไปอ่านเรื่องราวของเขากัน

 

==================

 

ด้วยวัย 37 ปี จึงยุตติการเล่นฟุตบอลอาชีพเมื่อรู้สึกว่าการฝึกซ้อมฟุตบอลมันเริ่มไม่สนุก จึงหันหลังให้กับวงการฟุตบอล 

 

โดยมาเปิดธุรกิจค้าขายส่วนตัว และไม่ได้วิ่งออกกำลังกายเลยเป็นระยะเวลาสองปี และรู้สึกว่าตัวเองเริ่มอ้วนมากขึ้น 

 

ใส่เสื้อผ้าแนวเดฟสลิมฟิตแล้วรู้สึกอึดอัด จะนั่งนานนานหรือยืนนานๆๆก้อรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวนั่งขับรถไกลๆก็รู้สึกปวดหลัง 

 

จึงหาวิธีการในการออกกำลังกายให้ตัวเองผอมลงและแข็งแรงเหมือนเดิม ซึ่งจะกลับไปเตะบอลตอนเย็นก็ไม่ได้เพราะต้องทำธุรกิจค้าขายช่วงบ่ายถึงสามสี่ทุ่ม 

 

สรุปคือ วิ่งดีที่สุด ว่างตอนไหนก็วิ่งตอนนั้นไม่ว่าฝนตกแดดออก

 

ในวัย 39 ปี ผมได้เริ่มกลับมาออกกำลังกายอีกครั้งด้วยการวิ่ง ซึ่งใช้เพียงรองเท้าผ้าใบเก่าเก่าหนึ่งคู่ที่หลงเหลือจากการซ้อมฟุตบอล 

 

เอามาไส่วิ่งและก็วิ่ง บวกกับการควบคุมอาหารในการบริโภคเลยทำให้น้ำหนักลดลงไปได้เยอะ โดยวิ่งช้าๆวันละ 40 นาทีเป็นอย่างต่ำ

และเมื่อได้วิ่งทุกวัน จึงได้พบกับเพื่อนนักวิ่งใหม่ใหม่ด้วยกัน 

 

เพื่อนจึงชวนไปลงงานวิ่ง 10 กิโลเมตรครั้งแรก และก็ผ่านไปด้วยดีสำหรับ 10 กิโลเมตรและวิ่งต่ำกว่า 1 ชั่วโมง 

 

จากนั้นก็เริ่มรู้สึกสนุกกับการวิ่งขึ้นเรื่อยเรื่อย ได้แข่งกับตัวเองเพื่อลดเวลาลงและลงสนามแข่งได้แข่งกับเพื่อนเพื่อนนักวิ่งคนอื่น 

 

จึงต้องการเสื้อผ้าที่ระบายเหงื่อได้ดีขึ้นและรองเท้าที่ Support แรงกระแทกและทำความเร็วได้ดี  

  

 

จึงได้ตัดสินใจลงวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร และต่อด้วยฟูลมาราธอน 42.195 กิโลเมตร จากที่จะวิ่งแค่ลดความอ้วนกลายมาเป็นวิ่งเพื่อแข่งขัน 

 

โดยทำการซ้อมเข้มข้นมากขึ้น ภายในหนึ่งสัปดาห์จะซ้อมวิ่งช้า วิ่งInterval วิ่งTempo และวิ่งLong run ในวันสุดสัปดาห์

   

ตอนนี้ก็วิ่งได้ประมาณหนึ่งปีกับสามเดือน ผ่านฟูลมาราธอน 42.195 km ไปเจ็ดสนาม เวลาที่ดีที่สุดก็คือ 3:18:20 ชม.  3 ชั่วโมง 18 นาที 20 วินาที 

โดยทำไว้ในรายการบางแสน 42 ที่ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2018 ที่ผ่านมา 

  

โดยในการฝึกซ้อมวิ่งในแต่ละครั้งนั้นจะต้องรู้สึกว่าสนุกไปกับมัน และเราควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อจะได้มีแรงกระตุ้นทำให้เราได้ทำตามเป้าหมายที่ต้องการ โดยตั้งเป้าหมายไว้ทีละนิดทีละนิดค่อยค่อยเพิ่มค่อยค่อยเพิ่ม 

  

เมื่อรู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นหรือป่วยบ่อยลองออกมาวิ่งดู วิ่งเปลี่ยนชีวิตคุณได้

   

 

ผมทำได้ คุณก็ทำได้”