ปธ.กระบี่ เอฟซี ติงอำนาจ ส.บอลไทย ไม่ได้ถูกใช้เพื่อสมาชิก หลังโดนอดีตแข้งฟ้องฟีฟ่า ยันไม่จ่ายเอื้อคนผิด ยอมโดนตัดสิทธิ์แข่ง

 

ประเด็น อารอน ดาซิลวา ฟ้องร้องต่อสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) ให้สโมสรกระบี่ เอฟซี ชดใช้ค่าเสียหายจากการเลิกสัญญาหลังจบฤดูกาล 2017 เป็นจำนวนเงินราว 1.9 ล้านบาท ซึ่งทางสโมสรฯ ไม่เห็นด้วย และมีผลให้ขณะนี้ไม่ได้รับใบอนุญาติสโมสร(คลับไลเซนซิ่ง) สำหรับทำการแข่งขัน ฤดูกาล 2019 

"สมาคมไปยึดถือคำตัดสินของฟีฟ่าเป็นใหญ่ ผมถามว่าทำไมสมาคมไม่เอาสัญญาที่เรามีกับนักเตะเป็นใหญ่ เพราะเราอยู่ประเทศไทย ต้องว่าตามกฎหมายไทย ฟีฟ่าเขาไม่ใช่ศาล ฟีฟ่าเขาตัดสินให้นักเตะต่างชาติชนะตลอด สโมสรก็ได้รับผลอย่างนี้"

"โกจ๋วน" สมเกียรติ กิตติธรกุล ประธานสโมสรกระบี่ เอฟซี กล่าวถึงปัญหานี้กับ Supersub Thailand พร้อมยืนยันว่าตนเองยึดถือตามความถูกต้องของกระบวนการเป็นหลัก โดยยอมตกคลับไลเซนซิ่ง ไม่อุทธรณ์ หากยังไม่มีการแก้ไขในคำตัดสินนี้ แม้ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะพยายามโน้มน้าวให้ตนเองยอมชดใช้ค่าเสียหายตามคำสั่งของฟีฟ่าก็ตาม

"สมาคมโทรมาบอกให้ผมจ่าย แต่ผมไม่จ่ายหรอก ผมถือว่าฟีฟ่าไม่ใช่ที่สิ้นสุดของการตัดสิน เพราะฟีฟ่าไม่ใช่คู่สัญญากับผม สโมสรเป็นสมาชิกกับสมาคม แล้วสมาคมเป็นสมาชิกของฟีฟ่า เมื่อเกิดปัญหาแบบนี้ต้องผ่านสมาคมก่อนโดยผ่านทางอนุญาโตตุลาการ ระเบียบมีชัดเจน แต่นักเตะต่างชาติไม่เคยผ่านอนุญาโตตุลาการไทยเลย ฟีฟ่าตัดสินออกมาแล้ว"

"บางสโมสรโชคร้ายกว่าผมอีก เชิญนักเตะมาทดสอบโดยเขียนในนั้นว่าถ้าคุณผ่านการทดสอบผมจะให้เงินเดือนคุณเท่าไหร่ ระยะสัญญาเท่าไหร่ แล้วนักเตะคนนั้นยังไม่เดินทางมาเมืองไทยเลย เอาหนังสือไปฟ้องฟีฟ่าเรียกให้สโมสรไทยจ่ายเงินตามที่ตกลงกันนั้น แล้วฟีฟ่าตัดสินให้จ่าย นี่คิดดูสิ ทั้งๆที่ไม่มีสัญญาเลย ผมยังงงว่าฟีฟ่าคือใคร"

"เราต้องแย้งว่าฟีฟ่ายังไม่มีสิทธิ์ มันต้องผ่านกระบวนการของไทยก่อน หลังจากนั้นผิดถูกอย่างไรคุณก็ว่าไป เรื่องนี้เราแย้งทั้งสมาคมทั้งฟีฟ่า แต่ถ้าไม่ผ่านไม่ได้เล่นก็ไม่เป็นไร ผมยึดถือกฎหมายเป็นหลัก ผมคิดว่าถ้านักเตะเซ็นสัญญากับเราต้องใช้สัญญาเราเป็นหลักในการฟ้องร้องกัน ผมถามว่าสมาคมมีอนุญาโตตุลาการตามระเบียบ ว่าถ้ามีปัญหากันระหว่างนักเตะกับสโมสรต้องผ่านอนุญาโตตุลาการ แล้วทำไมไม่ยึดถือตามนี้ ปล่อยนักเตะไปฟีฟ่าหมด"

คุณสมเกียรติ กล่าวต่อว่า "เราไม่ได้ยกเลิกสัญญาเขา แต่เขาไม่มาทำงาน เขาทำผิดระเบียบของเรา ขาดเกิน 15 วันก็ถือว่าหมดสภาพการเป็นพนักงานตามระเบียบ แต่ฟีฟ่าไม่ดูระเบียบอะไรเลย ดูอย่างเดียวว่าสัญญาเรามีจากวันไหนถึงวันไหน แล้วทีนี้ฟีฟ่าว่าอย่างไรเราก็ต้องตามเขาหรอ แล้วเอาอะไรเป็นบรรทัดฐานหล่ะ"

"ผมพูดตรงๆในฐานะที่เป็นสภากรรมการด้วย ผมเคยพูดในที่ประชุมว่าสมาคมไม่ได้ปกป้องสมาชิกเลย ผมยกตัวอย่าง จาจ้า ของบุรีรัมย์ เขาเล่นเก่งก็จริงแต่บุรีรัมย์ปล่อยเพราะวินัยไม่ดี เขาเรียกร้องเท่าไหร่บุรีรัมย์ก็ต้องยอมจ่าย ผมว่ามันไม่ใช่ เพียงแต่บุรีรัมย์โชคดีที่มีทีมอื่นในเมืองไทยซื้อเลยลอยตัวไป แต่เรื่องแบบนี้ถ้าสมาคมไม่ปกป้องสมาชิก สมาชิกก็อยู่ไม่ได้ เราต้องกลับมาคิดกันใหม่แล้วหล่ะ ผมจะอยู่สถานการณ์ไหนไม่มีปัญหา แต่ผมต้องการความถูกต้องเท่านั้นเอง"

"ผมอยากจะให้ฟีฟ่ามานั่งในฐานะคนทำงาน ไม่ใช่อยู่ในฐานะคนมีอำนาจทำให้คนอื่นกลัวคุณอย่างเดียว ฟีฟ่าพูดอะไรต้องฟังฟีฟ่า เรื่องการเตรียมทีม เรื่องโค้ช สิ่งที่เราเตรียมไว้ก็ต้องพับหมด ตอนนี้เราอยู่ในฐานะที่เขาไม่ให้เล่น จนกว่าจะแก้ข้อกล่าวหาได้ สมาคมก็ช่วยอะไรผมไม่ได้ เราจะแย้งอะไรไปอีกฟีฟ่าก็คงตอบแบบเดิมยกเว้นว่าเราจะจ่ายเงินให้นักเตะเท่านั้น ถ้าจะจ่ายเงินนักเตะผมยอมเสียเวลาไปฟ้องให้ศาลตัดสินว่าฟีฟ่าให้ความเป็นธรรมกับผมหรือยังด้วย"

 

อ่าน ข่าวที่เกี่ยวข้อง ปธ.กระบี่ เผยผิดใจ อารอน ส่งทีมตกคลับไลเซนซิ่ง

 

อย่างไรก็ตาม ในระเบียบ ว่าด้วยการลงโทษ วินัย มารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย พ.ศ.2559 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม(ครั้งที่ 3) พ.ศ. 2561 บทที่ 3 ข้อ 6 ให้อำนาจฟีฟ่า, ศาล, อนุญาโตตุลาการ ถึงกรณีนี้ไว้ว่า

 

6.2 องค์กรสมาชิกใดไม่จ่ายค่าจ้างหรือค่าตอบแทนอื่นใดอันเป็นค่าจ้างหรือค่าตอบแทนของนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีม และนักกีฬาฟุตบอลหรือเจ้าหน้าที่ทีมได้ยื่นร้องเรียนไปยัง “อนุญาโตตุลาการ” หาก “อนุญาโตตุลาการ” พิจารณาแล้วเห็นว่าองค์กรสมาชิกปฏิบัติผิดสัญญาเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างจริง ให้แจ้ง “สมาคม” ทราบแล้วให้ “สมาคม” ดำเนินการแจ้งไปยังธนาคารที่ออกหนังสือค้ำประกัน เพื่อขอรับเงินนั้นมาจ่ายให้กับนักกีฬาฟุตบอลหรือเจ้าหน้าที่ต่อไป

6.3 ถ้า “อนุญาโตตุลาการ” ตามข้อ 6.2 ศาล หรือฟีฟ่า แล้วแต่กรณี ชี้ขาดหรือพิพากษาว่าองค์กรสมาชิกปฏิบัติผิดสัญญาเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างเจ้าหน้าที่ทีมหรือนักกีฬาฟุตบอลจริง องค์กรสมาชิกต้องถูกตัดคะแนนสะสม 6 คะแนน