คดี 3 ผู้ต้องหาขบวนการล้มบอล ล๊อต 2 ถูกส่งมอบแก่ สนง.คดีอาญา นัดฟังผลใน 15 วันสั่งฟ้องหรือไม่

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 ณ สำนักงานอัยการสูงสุด รัชดา พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พนักงานสอบสวนคณะทำงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งมอบสำนวนคดีทั้งหมด ของ 3 ผู้ต้องหา เกี่ยวข้องขบวนการล้มบอลล็อต 2 ให้กับ นายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา

 

สำหรับ 3 ผู้ต้องหาดังกล่าวประกอบไปด้วย นายณฐกร ฉิมพาลี อดีตกรรมการผู้ตัดสิน และอดีตสตาฟฟ์ทีมชาติไทย, นายเทิดศักดิ์ ทองกล่ำ อดีตกรรมการผู้ตัดสิน และ นายพงศ์พันธ์ วงษ์สุบรรณ อดีตผู้บริหารสโมสรฟุตบอล ไทยลีก 4 ซึ่งล่าสุดนั้นได้เข้ามาพัวพันกับสโมสรไทยลีก 2 ทีมหนึ่ง

 

คดีนี้นายณฐกร และนายเทิดศักดิ์ อดีตกรรมการผู้ตัดสิน มีความผิดฐานขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้ผู้ตัดสินทำหน้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ หรือกติกาอย่างเที่ยงธรรมตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ 2556 โดยนายเทิดศักดิ์ นั้นได้รับการติดต่อมาจาก นายพงศ์พันธ์ ก่อนประสานต่อไปยังผู้ตัดสินในคู่ดังกล่าว อีกทอดหนึ่ง

 

ส่วนนายพงศ์พันธ์ อดีตผู้บริหารสโมสรฯ ซึ่งติดต่อไปยังนายเทิดศักดิ์ มีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นติดต่อผู้ตัดสินแต่ขอให้ หรือรับว่า จะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นแก่ผู้ตัดสินหรือผู้อื่นเพื่อจูงใจให้ผู้ตัดสินทำหน้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ หรือกติกาอย่างเที่ยงธรรมตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ 2556 โดยทางอธิบดีอัยการ จะนัดผู้ต้องหาทั้งหมดมาฟังคำสั่งภายใน 15 วัน เพื่อฟังคำสั่งว่าฟ้องหรือไม่

 

หลังการส่งมอบ พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า "คดีนี้เป็นคดีการกำหนดผลการแข่งขันฟุตบอลล่วงหน้า คดีที่ 2 ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2 เหตุเกิดเมื่อ เดือนเมษายน 2561 โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ขอให้กรรมการที่จะทำหน้าที่ตัดสินกีฬาช่วยเหลือทีมใดทีมหนึ่ง เพื่อให้ชนะการแข่งขัน แต่กรรมการปฏิเสธ ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้นำข้อมูลส่งมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีล้มบอล และรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดได้ ซึ่งวันนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเพื่อพิจารณามีความเห็นสั่งฟ้อง"

 

ด้าน นายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากล่าวว่า วันนี้คณะพนักงานสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่ 619/2561 ได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีผิด พ.ร.บ.การส่งเสริมกีฬาอาชีพ 2556 โดยมีผู้ต้องหา 3 ราย เป็นตัวการ 2 ราย และผู้ใช้จ้างวาน 1 ราย มายังสำนักงานคดีอาญา ทางสำนักงานคดีอาญาเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนสนใจ และรัฐบาลมีนโยบายในการปราบปรามการพนันประเภทนี้ ทางสำนักงานคดีอาญาก็จะรับสำนวนคดีไว้ และจะตั้งคณะทำงานโดยให้นายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งจะจ่ายสำนวนไปให้สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณา 15 วัน ก่อนจะนัดผู้ต้องมาว่าฟังคำสั่งต่อไป"

 

ขณะที่ นายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา  กล่าวว่า "การล้มบอลส่งผลให้มาตรฐานกีฬาไทยตกต่ำและมีปัญหา สิ่งที่อยากฝากไว้ผู้ที่กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ 2556 และพ.ร.บ.การพนัน (ล้มบอล) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับตั้งแต่ 2-5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ตัดสิน ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับ 3-6 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

 

"สำหรับสำนวนคดีล้มบอลสำนวนแรก หมายเลขดำ อ.2131/2561 ที่อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 15 ราย ประกอบด้วยผู้ตัดสิน 2 ราย, นักฟุตบอลอาชีพ 8 ราย ในทีมราชนาวี และ ศรีสะเกษ เอฟซี และ กลุ่มนายทุน (พนัน) ตัวแทนนายทุน 5 ราย ซึ่งกลุ่มนายทุน 5 ราย ถูกยื่นฟ้องพ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 มาตรา 64,66 และ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ในมีมูลเหตุจูงใจเป็นเงินพนัน ซึ่งกลุ่มนี้กระทำการใน 5 แมตช์การแข่งขัน กลุ่มนักกีฬา 8 ราย ถูกยื่นฟ้องพ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 มาตรา 65 กลุ่มผู้ตัดสิน 2 ราย ถูกยื่นฟ้องพ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 มาตรา 67 นั้น ตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว และนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกในเดือน ตุลาคม 2562" 

 

คดีนี้ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนถูกตำรวจชุดคณะทำงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับกุมตามหมายจับ หลังเมื่อ 21 เมษายน 2561 ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมีพฤติการณ์ร่วมกันเสนอผลประโยชน์ให้ นายสุรศักดิ์ หัสจรรย์ ผู้ตัดสินในเกม ไทยลีก 2 คู่หนึ่ง เพื่อช่วยเหลือให้ทีมได้รับชัยชนะ โดยจะมีการจ่ายเงินเป็นค่าตอบแทน แต่ผู้ตัดสินคนดังกล่าวปฏิเสธ และนำเรื่องเข้าหารือผู้บริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งทางสมาคมฯ ได้ประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำไปสู่การตรวจสอบพฤติกรรม ติดตามหาพยานหลักฐานกระทั่งออกหมายและจับกุมเบื้องต้นทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพ