• 26 February 2019 at 14:54
  • 491
  • 0

คณะวินัยจ้องฟันเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด หลังแฟนบอลโชว์อนาจาร ให้โอกาสอีก 1 สัปดาห์ล่าตัว พร้อมเตือนเริ่มเตะช้า

ควันหลงจากเกมเปิดฤดูกาล 2019 ของ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งเปิดบ้านพ่ายต่อ "ต่อพิฆาต" พีที ประจวบ เอฟซี ไป 0-1 เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

 

ล่าสุดในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562  เวลา 10.00 น. คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ จัดการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท ครั้งที่ 6/2562 ณ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยมี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท และโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในที่ประชุม 

 

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ได้กล่าวว่า "สำหรับการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก สัปดาห์ที่ผ่านมา เกมระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ พีที ประจวบ เอฟซี มีเหตุไม่ปกติอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรก ออฟฟิเชียลเคาท์ดาวน์ ทำให้การแข่งขันล่าช้าไป 2 นาที ตามระเบียบข้อบังคับมันต้องตรงเวลาทุกขั้นตอน แต่ความผิดครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก จึงยังไม่มีการลงโทษ แต่จะมีการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังทั้ง 2 สโมสรเพื่อตักเตือน หากครั้งต่อไปมีการทำผิดอีกจะมีการปรับเงิน"

 

"เรื่องต่อมาเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ผมคิดว่าเป็นความผิดทางอาญาด้วยซ้ำ ก็คือเรื่องการทำอนาจาร เช่น การกระทำไม่สมควรทางเพศ, ร่างกาย, การโชว์อวัยวะเพศ, ก้น หรือ หน้าอก ในนาทีที่ 28 ของเกม จังหวะที่ทีม เอสซีจี เมืองทองฯ เสียจุดโทษ ซึ่งมีแฟนบอล เมืองทองฯ  หันก้นเข้ามาในสนามอย่างชัดเจน" 

 

"ทางสมาคมฯ ได้ตั้งคณะกรรมการปรับระเบียบเสร็จพอดี ถือเป็นกรณีแรกที่ถูกลงโทษด้วยระเบียบใหม่ ถ้าผู้ก่อเหตุ หรือกองเชียร์ทีมใด ทำผิดตามกฎข้อ 4.11 คือ การกระทำใดที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณะ และหากว่าผู้กระทำปิดบังอำพรางใบหน้าและทีมไม่สามารถยืนยันตัวตนได้จะต้องรับโทษเพิ่มอีกกึ่งหนึ่ง"

 

"เราจะให้โอกาสทีมเมืองทองอีกหนึ่งสัปดาห์ในการพิสูจน์ตัวบุคคล หากพิสูจน์ตัวบุคคลได้ เราจะให้ดำเนินคดีอาญา โดยให้สโมสรแสดงความรับผิดชอบว่าจะมีมาตรการจัดการแฟนบอลคนนี้อย่างไรบ้าง หากวันอังคารหน้า เมืองทอง สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ก่อเหตุคือใครเราก็จะให้ดำเนินคดีตามข้อ 4.11 แต่ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ก็จะโดนโทษเพิ่มตามข้อ 4.13" พล.ต.ท.อำนวย กล่าว

 

สำหรับระเบียบข้อ  4.11 กองเชียร์ทีมใดแสดงพฤติกรรมหรือกระทําการใดๆ ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือ ต่อบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000-30,000 บาท

 

ข้อ 4.13 กองเชียร์กระทําความผิดตามข้อ 4.1 ถึง 4.11 หรือได้ก่อเหตุการณ์จนเกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสถานที่จัดการแข่งขัน และ/หรือ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในการจัดการแข่งขัน โดยผู้กระทําปิดบังอําพรางใบหน้า และทีมนั้นไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวผู้ก่อเหตุได้ ให้เพิ่มโทษปรับอีกกึ่งหนึ่งของโทษที่ได้รับ