• 8 August 2019 at 15:01
  • 422
  • 0

เฮดโค้ชบีทียูฯ ชี้ ลูกทีมกรำศึกหนัก เกมพ่ายตรังคาบ้าน ลั่นต้องผ่านช่วงเลวร้ายให้ได้ เยือนราชประชายังไม่ใช่หมู

"มังกรผงาดฟ้า" บีทียู ส.บุญมีฤทธิ์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม ม.กรุงเทพธนบุรี พ่าย "พะยูนพิฆาต" ตรัง เอฟซี 2-0 ในศึกไทยลีก 3 โซนล่าง เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 62 ที่ผ่านมา ทำให้ไม่ชนะใครเป็นเกมที่ 5 ติดต่อกัน

 

เกมนี้จบลงที่ 0-0 ใน 45 นาทีแรก แต่ครึ่งหลังนาทีที่ 78 ฐาปกรณ์ มากมี ยิงประตูสุดสวยให้ทีมเยือนขึ้นนำ 1-0 ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม และก่อนมาเสียจุดโทษในนาทีที่ 90+2 ปิดโอกาสแบ่งแต้มไว้ในถิ่น

 

 

"โค้ชเต้" ธเนศ บุบผาราม หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรบีทียู ส.บุญมีฤทธิ์ ยูไนเต็ด เผยกับสื่อ SPS TH หลังพ่ายคาบ้านอีกครั้งว่า "ก่อนอื่นต้องขอโทษกองเชียร์ของเราด้วย ที่ผลการแข่งขันเกมนี้ไม่ได้เป็นใจ น้องเราค่อนข้างเนือยมาก เราก็กรำศึกมาตลอดด้วย 6 วัน 3 เกม น้องก็ค่อนข้างล้า แต่ว่าโอเคมันไม่ใช่ข้อแก้ตัว ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ และกลับไปมีสมาธิกับแมตช์ที่เหลือต่อ"

 

 

"ตราบใดที่เราเล่นในบ้าน และกองเชียร์เรายังสนับสนุนอยู่ เรารู้สึกว่าเราท้อไม่ได้ เรายอมไม่ได้ เราต้องกลับไปทำการบ้านที่หนักขึ้น เราต้องไปเข็นน้องให้มีสภาพจิตใจ และร่างกายให้พร้อม จะไปเล่นในวันเสาร์ที่จะไปเยือน ราชประชา ให้เร็วที่สุด เราต้องก้าวผ่านไปด้วยกัน ทุกคนครับ"

 

 

"เรามุ่งมั่นนะ น้องๆทุกคนก็พยายามเล่น ยิ่งเกมนี้ด้วยเราก็สู้ได้ดีพอสมควร แต่บางครั้งฟุตบอลมันมีคนพลิกเกมได้ เขาได้จังหวะที่แบบว่า ยอมรับค่อนข้างสวย ยอมรับว่าหมดสิทธิ์ ทำให้มันคือจุดเปลี่ยนด้วย พอเขาทำประตูได้ ของเขาก็คลายความกดดันลง ความกดดันกลับมาตกที่เรา เราต้องบุกเพื่อจะเอาประตูคืน จุดเปลี่ยนของเกมคือที่เขาได้ประตูลูกแรกช่วงท้ายครับ"

ด้วยนโยบายดันผู้เล่นดาวรุ่งของทาง ม.กรุงเทพธนบุรี กับทิศทางฤดูกาลหน้า ผู้สื่อข่าวถามถึงการเสริมทีมด้วยซุปเปอร์สตาร์ บิ๊กเนม ว่าจะมีหรือไม่ เพื่อต่อกรลุ้นเลื่อนชั้น ได้รับคำตอบว่า

 

 

"ก่อนอื่นต้องขอขอบคณป๋าเหงี่ยม (เสงี่ยม บุญมีฤทธิ์ ประธานสโมสรฯ) อาชล (สายชล บุญมีฤทธิ์ ผู้จัดการทีม) ที่สนับสนุนตัวผม ทีมงานสตาฟฟ์โค้ช และก็น้องๆมาตลอด เพื่อผลักดันให้เด็กมีโอกาสได้เล่นฟุตบอลอาชีพ ปีนี้เป็นอีก 1 ปีที่เราใช้เยาวชนเล่นค่อนข้างเยอะ โครงสร้างเราเกินครึ่ง 17-18 คน เป็นเด็กทางมหา'ลัย เราพยายามผลักดันให้น้องมีเวทีเล่น ผมมองว่าเป้าหมายหรือองค์กรที่ป๋าส่ง ในมุมมองของผมเพื่อความเป็นเลิศหมด เราเอาจริงตลอด แต่ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไรขอให้เราทำเต็มที่ก็พอ"

 

 

"สำหรับอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นอย่างไร ผมยังมองว่าเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ผมอยากให้น้องๆมีสามธิกับ 6-7 เกมที่เหลือ จะทำให้ดีที่สุด จะพยายามส่งเด็กที่ไม่ค่อยได้เล่น ให้ได้เล่นมากขึ้นๆ เพื่อเป็นประสบการณ์ในปีต่อๆไปด้วยครับ" 

 

 

เกมต่อไปต้องบุกไปสนาม ธนบุรี สเตเดี้ยม ดวลทีมในโซนแดงอย่าง ราชประชา ที่ต้องการแต้มเป็นอย่างมาก เพื่อหนีตกชั้น ในวันเสาร์ ที่ 10 ส.ค. 62 เวลา 16.00 น. ตรงนี้ "โค้ชเต้" มองว่า "มันไม่ต่างกันเลย เขากับเรา พวกผมต้องการแต้มตลอดอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เขา มันก็กดดันทั้งคู่ แต่คือความกดดันมันจะต่างกันหน่อย เราเริ่มต้นได้ดีในเลกที่ 2 โดยชนะได้ 2 เกม และก็ค่อนข้างแผ่วมา เกมนี้แพ้อีก ซึ่งผมมองว่า ทีมที่ดีต้องกลับมาได้ให้เร็วที่สุด มันกดดันทั้งคู่ แต่ต่อไปนี้เราต้องได้แต้มทุกเกมทุกแมตช์"

"ต้องขอบคุณกองเชียร์ อย่างที่ผมกล่าวตลอดว่าเขาคือผู้เล่นคนที่ 12 ทุกครั้งที่เราเหนื่อย กองเชียร์ตะโกนเราก็จะกลับมาเล่นใหม่ บางครั้งผลอาจจะไม่เป็นใจ แต่ผมเชื่อว่าน้องๆทุกคน ลงไปเล่นเต็มที่หมด มันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่เรารู้สึกว่าเรามี ทุกครั้งที่เราท้อ เราหันหลังไปเรายังได้ยินเสียงพวกเขา แล้วเขาก็เข้ามาดูเรื่อยๆ เราก็จะพยายามเล่นบอลให้มันเอ็นเตอร์เทนมากขึ้น พยายามวิ่งสู้ ถึงแม้ว่าบ้างครั้งเราจะเป็นรอง แต่เราก็จะวิ่งสู้ ตอนนี้เหลือเกมในบ้านอีก 3 เกม จะพยายามเก็บให้ได้หมดครับ"  

 

 

 

ขอบคุณภาพจากแฟนเพจ  BTU United