• 9 October 2019 at 07:30
  • 1196
  • 0

ผู้บริหาร สอ.รฝ. ไม่ห่วงเรื่องคลับไลเซนซิ่ง ชี้ทันแน่ ใช้ผู้เล่นชุดเดิมเป็นแกนหลักลุย ไทยลีก 4 ปีหน้า

ทีมน้องใหม่ไทยลีก 4 ฤดูกาล 2020 อย่าง หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) ที่เพิ่งคว้าแชมป์ไทยแลนด์ อเมเจอร์ลีก 2019 โซนตะวันออก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา 

 

ในเกมนัดชิงเลิศ เป็นการเอาชนะ ปราจีนบุรี ซิตี้ ด้วยการยิงจุดโทษตัดสิน ด้วยสกอร์รวม 6-4 หลังเสมอกัน 1-1 ใน 120 นาที ทำให้ได้รับสิทธิ์ขึ้นไปเล่นในไทยลีก 4 โซนตะวันออก ในฤดูกาล 2020

 

ทั้งนี้ทาง น.อ.สุรวงศ์ วงศ์วานิช คณะกรรมการ สโมสรหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กล่าวถึงวินาทีพาสโมสรขึ้นสู่ลีกอาชีพ ไทยลีก 4 ว่า "ผลการแข่งขันในเกมนี้ ต้องยกความดีความชอบให้กับน้องๆ ในทีมทั้งหมด ที่ช่วยกันตั้งใจเล่น ผมบอกน้องๆเสมอว่า ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเอง เราอย่าหวังพึ่งคนอื่น เราต้องพึ่งตัวเองให้ได้ก่อน ซึ่งน้องๆก็ทำได้ครับ"

 

"ในส่วนของชื่อทีม ก็ยังรับปากไม่ได้ว่า จะเปลี่ยนหรือว่าไม่เปลี่ยน เพราะว่ามันเป็นชื่อของหน่วยงาน ผมเองก็ไม่มีอำนาจไปเปลี่ยนชื่อของหน่อยงาน ผมยกตัวอย่างๆ กองเรือยุทธการ ก็ยังใช้ กองเรือยุทธการ แต่เขาอาจจะสั้นกว่าของเรา แต่ว่าเราจะเปลี่ยนชื่อหรือไม่ ต้องขออนุญาตไปปรึกษาทางผู้บังคับบัญชาอีกครั้ง แต่ถ้าเราจะเรียกกันง่ายๆสำหรับ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ก็เรียกแค่ สอ.รฝ. ทั้งสัตหีบรู้จักหมดครับ"

 

"สำหรับการขึ้นไปในไทยลีก 4 ในส่วนหนึ่งสำหรับนักกีฬาเราคงใช้ผู้เล่น ที่เล่นอยู่ใน ไทยแลนด์ อเมเจอร์ลีก เป็นหลักก่อน หลังจากนั้นเราก็จะหาตัวนักเตะเพิ่มเติม ในส่วนของต่างชาติ ที่ปัจจุบันการทำทีมฟุตบอล มันต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง จะเอาต่างชาติ 1 คน ก็จะใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ซึ่งทีมหน่วยงานที่เป็นราชการ ส่วนใหญ่จะไม่มีงบประมาณ ที่จะไปจ้างคนได้ขนาดนั้น เราจะพยายามใช้ผู้เล่นของเราที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด"

 

"ทั้งนี้ทั้งนั้นผมมองว่า มันอยู่ที่การบริหารทีม การฝึกซ้อม  เรามองว่าผู้เล่นที่เป็นคนไทย ปัจจุบันของ สอ.รฝ. เรามีทั้ง นาวิกโยธินฯ, กองเรือยุทธการ 3 ทีมที่เล่นอยู่ในไทยลีก 4 อนาคตถ้าเป็นสิ่งดี ผมว่าดีกับทาง ราชนาวี มากกว่า ราชนาวี จะมีตัวผู้เล่นที่จะเอาไปในลีกสูงของทีม ราชนาวี ได้ถึง 3 ทีม ในส่วนผู้เล่นต่างชาติก็คงไม่รับปากว่าจะใช้หรือเปล่า อย่างที่บอกครับ ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง"

 

สื่อยังถามต่อถึงเรื่องของสนามแข่งขัน และการทำคลับไลเซนซิ่ง ว่าทีมมีการเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง ซึ่งได้รับคำตอบว่า "เรื่องของสนาม อย่างที่ทราบว่าในสัตหีบ ไทยลีก 4 เรามีทั้ง นาวิกฯ, กองเรือยุทธการ และ สอ.รฝ. รวมถึง ราชนาวี ด้วย ปัจจุบันสนามที่เรามีอยู่ที่ ราชนาวี ใช้ คือสนาม ราชนาวี กม.5 แค่ 1 สนาม"

 

ส่วนทางสนามที่กำลังจะสร้างเสร็จในไม่ช้านี้ ก็คือ สนามของกองเรือยุทธการ ในส่วนตรงนี้ผมต้องไปคุยกับหน่วยงาน หรือทาง ราชนาวี อีก 1 ครั้ง ดีกว่าครับ ก็ยังตอบไม่ได้ว่าใช้สนามไหน แต่คิดว่าต้องอยู่ในสัตหีบ เพราะฐานแฟนบอลเราอยู่ที่นั่นหมดเลย"

 

"เรื่อง คลับไลเซนซิ่ง ในส่วนนี้ผมก็ทราบมาตั้งแต่แมตช์รอบรองแล้ว ในส่วนหนึ่งก็กำลังดำเนินการอยู่ ในส่วนที่เราดำเนินการอยู่ เราก็ได้มีการตั้งสตาฟฟ์โค้ช และคนที่ดูแลส่วนต่างๆ ผมคิดว่าทัน ในส่วนของผม ผมคิดว่าทัน"

 

"ตอนนี้เราก็เร่งดำเนินการอยู่ การที่ว่าจะทันหรือไม่ทัน มันมีองค์ประกอบหลายอย่าง องค์ประกอบอย่างแรกที่เราเห็นได้ง่ายคือ การบริหารการจัดการ ถ้าเราบริหารในกลุ่มผู้เล่นที่เรามีอยู่ กลุ่มสตาฟฟ์ สามารถกระทำได้ ทั้ง นาวิกฯ, กองเรือยุทธการ เราก็เป็นทีมพี่ทีมน้องกันทั้งนั้น มีการช่วยเหลือกันและกันอยู่แล้วในส่วนนี้"

 

"เรามีการเตรียมการไว้บางส่วนบ้างแล้ว เราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ อาจจะเป็น 30%-40% แล้วครับ สำหรับแฟนบอลของ สอ.รฝ. ผมเชื่อว่า ถ้าเราเริ่มเล่นในไทยลีก 4 แล้ว แฟนบอลของ สอ.รฝ. เข้ามาเชียร์แน่นอน แน่นอนตอนนี้เราก็ยังมีการโปรโมท ในส่วนของประชาสัมพันธ์อีกเยอะเลยครับ เรามีการทำเสื้อแฟนคลับไว้ให้บ้างแล้ว คิดว่าในอนาคตฐานแฟนบอลของเราไม่น้อยหน้าใครแน่นอนครับ"  น.อ.สุรวงศ์ วงศ์วานิช กล่าวผ่านสื่อ SPS TH