ทีมชาติไทย ยื้อผลเสมอ ทีมชาติอิรัก 1-1 กรุยทางสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย กลุ่มเอ นัดแรก ในวันที่ 14 มกราคม 2563 เวลา 20.15 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติอิรัก

 

เกมนี้ทัพ "ช้างศึก" ของ อากิระ นิชิโนะ มีการเปลี่ยนผู้เล่น 7 ราย ขณะที่ "สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย" มีปรับทัพจากเกมล่าสุด 4 ตำแหน่งพร้อมส่งแกนรุกลงเต็มสูบ

 

เงื่อนไขก่อนเกม ทีมชาติไทย มี 3 แต้มจาก 2 นัด เกมนี้ขออย่างน้อย 1 แต้มจะการันตีเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วน ทีมชาติอิรัก ต้องชนะเท่านั้นเพื่อพลิกสถานการณ์เข้ารอบหลังผลงาน 2 นัดแรกเสมอมา 2 นัด

 

เริ่มเกมมาแค่ 6 นาที "ช้างศึก" ได้จุดโทษ จากจังหวะเตะมุม ผู้เล่น อิรัก พยายามโหม่งสกัดแต่บอลไปโดนมือ ผู้ตัดสินดู VAR แล้วชี้เป็นลูกจุดโทษ และเป็น เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ สังหารไม่พลาด ทีมชาติไทย นำ 1-0

 

น.14 เป็นอิรัก ที่เดินหน้าใส่ต่อเนื่องมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะ มูรัด ซูเบห์ เปิดจากข้างให้ โมฮัมเหม็ด นาสซีฟ ฉีกแนวรับเจ้าถิ่นขึ้นโฉบโขกแต่บอลหลุดเสาไกลออกไป

 

2 นาทีถัดมา "สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย" ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะ มูราด ซูเบซ ลองยิงจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่ กรพัฒน์ นารีจันทร์ ผู้รักษาประตูยังออกแรงพุ่งปัดไปได้

 

ทีมชาติไทย เริ่มตั้งหลักได้ มามีลุ้นบ้างใน น.21 ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา หลุดเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ อาลี คาดิม ฮาดี้ ผู้รักษาประตูอิรัก แต่ยิงไปติดเซฟอย่างน่าเสียดาย

 

น.26 เบนจามิน เดวิส ได้ลองยิงจากนอกกรอบบอลแฉลบแนวรับ อิรัก ไปเข้าทาง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ยิงเล่นทางทันที แต่ อาลี คาดิม ฮาดี้ ผู้รักษาประตูอิรัก ยังไวโดดปัดไว้ได้

 

น.33 จากจังหวะทีมชาติไทย เบิ้ลบอลจากกลางสนาม เหมือนไม่มีอะไร แต่ อับดุลลาบบาส อายัด แนวรับอิรักสกัดวืด บอลเลยไปถึง เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ในระยะสังหาร ทว่า อาลี คาดิม ฮาดี้ ผู้รักษาประตูอ่านจังหวะออกมาตัดได้ยอดเยี่ยม

 

ช่วงท้ายครึ่งแรกทางฝั่งทีมชาติอิรัก ดูแผ่วลงไป ทำให้ ทีมชาติไทย ขึ้นมากดดันได้ต่อเนื่อง น.38 "ช้างศึก" น่าบวกสกอร์เพิ่มจากจังหวะ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ วางบอลเข้าในกรอบโทษ เป็นแนวรับอิรักที่เคลียร์ไม่ขาดมาเข้าทางปืน เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ที่ยิงสวนทันทีแต่บอลหลุดกรอบออกไป

 

น.41 เบนจามิน เดวิส ลองตักข้ามไลน์แนวรับอิรักให้ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา หลุดไปยิงโล่งๆ แต่บอลเบาไปเข้ามือ อาลี คาดิม ฮาดี้ ผู้รักษาประตูอิรัก ที่ป้องกันไว้ได้อีกครั้ง ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบ 45 นาทีแรก ทีมชาติไทย นำ ทีมชาติอิรัก 1-0

 

ครึ่งเวลาหลัง ทีมชาติอิรัก ที่สกอร์ตามหลังปรับหมากทันที ส่ง ฮุสเซ็น จั๊บบา ลงแทนที่ อาลี กาซิม แล้วใน น.49 จากโอกาสแรกในครึ่งหลัง โมฮัมเหม็ด เมเซอร์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากบอลแหวกแนวรับ "ช้างศึก" ก่อนตบบอลเข้าในกรอบโทษ จังหวะนี้แนวรับทีมชาติไทย เคลียร์ไม่ขาดไปเข้าทาง โมฮัมเหม็ด นาสซีฟ ยิงเข้าไป สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

 

น.55 นิชิโนะ ปรับหมาก 2 รายรวด ส่ง สุภโชค สารชาติ กับ ศุภชัยใจเด็ด ลงแทนที่ วิศรุต อิ่มอุระ กับ เบนจามิน เดวิส ที่ติดคาดโทษใบเหลือง จากนั้นเกมเริ่มแรกกันสนุก

 

น.61 อิรัก เปลี่ยนผู้เล่นคนที่สองถอด อับดุลลาบบาส อายัด ออกแล้วส่ง มุนทานเดอร์ ซัตตา ลงแทน

 

น.66 ทีมชาติไทย ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะ ทิตาธร อักษรศรี ส่องด้วยซ้ายจากนอกกรอบโทษ แต่ อาลี คาดิม ฮาดี้ ยังเซฟไว้ได้

 

น.72 อิรัก ได้ฟรีคิกระยะเกือบ 30 หลา โมฮัมเหม็ด ริดาห์ ลองเลือกยิงทันที แต่บอลยังไปเข้ามือ กรพัฒน์ นารีจันทร์ ไม่ลำบาก

 

นาทีที่ 83 ทีมชาติไทย เปลี่ยนแข้งรายสุดท้ายส่ง กฤษดา กาแมน ลงแทนที่ กานต์นริทน์ ถาวรศักดิ์ นาทีถัดมา อิรัก ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายส่ง โอลเมอร์ อัตซี่ ลงแทนที่ โมฮัมเหม็ด ริดาห์

 

ท้ายเกมเป็น "สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย" ที่โหมบุกใส่อย่างหนัก โดยทัพ "ช้างศึก" ถอยลงมาเน้นรับแล้วโต้ ทีมชาติอิรักเกือบได้ประตูแซงนำจากจังหวะโขกจ่อๆ ในกรอบโทษ แต่ กรพัฒน์ นารีจันทร์ ยังโชว์ซุปเปอร์เซฟ ก่อนที่เพื่อนจะปรี่สกัดทิ้ง

 

เวลาที่เหลือ ช่วงทดเวลา 4 นาที ไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกมเสมอกันไป 1-1 ส่งทีมชาติไทย มี 4 คะแนน ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ตาม ทีมชาติออสเตรเลีย ที่มี 5 คะแนน หลังเสมอ ทีมชาติบาห์เรน 1-1 เช่นกัน

 

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม

ทีมชาติไทย : กรพัฒน์ นารีจันทร์, ทิตาวีร์ อักษรศรี, ศฤงคาร พรมสุภะ, ทิตาธร อักษรศรี, วิศรุต อิ่มอุระ (สุภโชค สารชาติ), วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, พีฬาวัช อรรคธรรม, กานต์นริทน์ ถาวรศักดิ์ (กฤษดา กาแมน), เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์, เบนจามิน เดวิส (ศุภชัย ใจเด็ด), ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

ทีมชาติอิรัก : อาลี คาดิม ฮาดี้, มุสตาฟา มาสลูคี,  นาจ ชวาน,  อับดุลลาบบาส อายัด (มุนตาร์เดร์ ซัตตา), มูรัด ซูเบห์, อาลี กาซิม (ฮุสเซ็น จั๊บบา), โมฮัมเหม็ด นาสซีฟ, โมฮัมเหม็ด ริดาห์ (โอลเมอร์ อัตซี่), อลา อัล ฮามาดานี่, ซาเด็ค ซามิล, โมฮัมเหม็ด เมเซอร์