• 11 February 2020 at 21:58
  • 172
  • 0

ผอ.เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รับถึงเวลาเดินแคมเปญ REDVOLUTION เต็มสูบหลังร้างความสำเร็จมา 3 ปี มั่นใจ เจเนอร์เรชั่น ศักยภาพสูง วางตัว สรวิทย์ พานทอง รับช่วงต่อดีเอ็นเอทีมจากรุ่นพี่ในอนาคต

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ในศึกไทยลีก จัดงานแถลงข่าวใหญ่เปิดตัวสโมสร ประจำฤดูกาลใหม่ 2020 อย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ "REDVOLUTION" พลิกโฉมกิเลนสายพันธุ์ใหม่ เปลี่ยนแปลงเพื่อเข้าสู่ความสำเร็จยุคใหม่ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ในการลุ้นแชมป์ทุกรายการ ด้วยขุมกำลังผู้เล่นระดับชั้นนำมากมายทั้งไทย และต่างชาติ นำโดย สารัช อยู่เย็น, อดิศร พรหมรักษ์, แดร์เลย์, ดัง วัน ลัม, สหรัฐ กันยะโรจน์, ศฤงคาร พรมสุภะ, สรวิทย์ พานทอง, วัฒนา พลายนุ่ม, วิลเลี่ยน พ็อพพ์, ลูคัส โฮช่า และโควตาต่างชาติคนสุดท้าย ผู้เล่นทีมชาติอุซเบกิสถาน ซาร์ดอร์ มีร์ซาเยฟ ภายใต้การคุมทีมของ อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนมากฝีมือชาวบราซิล

 

ด้าน "เสี่ยเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กล่าวหลังงานเปิดตัวสโมสรฯ ถึงที่มาของ แคมเปญ "REDVOLUTION" "เราว่ามันถึงเวลาแล้ว การที่สโมสรฯ ประสบความสำเร็จมา 10 กว่าปีที่ผ่านมาต้งแต่เริ่มก่อตั้งปี 2007 เราคว้าแชมป์ 4 สมัย แต่เราก็ว่างเว้นความสำเร็จมา 3 ปีเพราะฉะนั้นทันทีที่เราจรดปากกาเซ็นกับ กาม่า เราคุยแผนกันเกี่ยวกับการสร้างทีมแห่งอนาคต"

 

"ปีที่ผ่านมา มันเร็วเกินไปที่จะเปลี่ยนทุกอย่างในเวลาครึ่งฤดูกาล เรามีเวลาแก้ไขปรับเปลี่ยนในช่วงปิดฤดูกาล และเราคิดว่าถึงเวลาที่ REDVOLUTION จะเริ่มปฏิบัติการได้ เรามองแคมเปญนี้เป็นเป้าของสโมสรฯ ที่จะต้องปรับทั้งหมด ตั้งแต่ทีมใหญ่ ไล่ลงไประดับเยาวชน U10 เราต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งยุทธวิธี รูปแบบการเล่น รวมถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อสโมสรฯ นั่นเป็นปัจจัยที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในอนาคตต่อไป"

 

"เราต้องการเก็บรักษาความสำเร็จสโมสรฯ ให้อยู่ในระดับท็อปของประเทศ ที่สามารถต่อกรยักษ์ใหญ่ในทวีปเอเชียได้ นั่นหมายความว่าเราต้องเริ่มต้นปรับเปลี่ยน ผู้เล่นสำคัญๆ หลายคนย้ายออกไปสู่ลีกระดับที่สูงกว่า มันก็ประจวบเหมาะพอดีกับการสร้างทีมโดยระบบอะคาเดมี่เราก็พร้อมแล้ว เรามีการส่งเด็กเราไปอยู่ในหลายสโมสร ในวันนี้ทุกคนพร้อมที่จะกลับมาช่วยทีม ผนึกกำลังกับตัวหลักที่ยังคงอยู่ รวมถึงต่างชาติ ที่จะเห็นได้ว่าตัวที่เราเสริมเข้ามาไม่ใช่พวกที่กำลังจะเลิกเล่น แต่เป็นพวกที่ยังมีเป้าหมายในการเล่น และพร้อมที่จะประสบความสำเร็จร่วมกับสโมสรฯ ต่อไป นั่นเป็นที่มาของ REDVOLUTION หรือพลิกโฉม กิเลนสายพันธุ์ใหม่ของเรา"

 

ผู้อำนวยการสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กล่าวต่อถึงกัปตันทีมอย่าง และ GEN ใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นมาอย่าง สรวิทย์ พานทอง ด้วยว่า "สารัช อยู่เย็น เป็นผู้เล่นหลัก เป็นคนสำคัญ และเป็นกัปตันทีมคนล่าสุด ที่สืบทอดเจตนารมณ์กัปตันทีมรุ่นสู่รุ่น และกำลังจะถ่ายทอดดีเอ็นเอของเราไปสู่เจเนอร์เรชั่นต่อไป ซึ่งตัวแทนที่ดีที่สุดที่จะตอบแทนความหมายต่อสิ่งที่เราพยายามผลักดันโดยตลอดคือ สรวิทย์ พานทอง ที่เขามีโอกาสอยู่กับทีมน้อยมาก จะเห็นว่าเขาถูกปล่อยออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์หลายต่อหลายที่ ซึ่งไม่แตกต่างกับที่ สารัช อยู่เย็น เป็นมาในอดีต นั่นคือแนวทางของเรา ที่เรายังคงยึดมั่นในหลักการ และเชื่อมั่นว่า เขาพร้อมแล้ว ที่จะรับบทบาท ในการนำดีเอนเอไปสู่สายเลือดใหม่ๆ ของทีม เราภาคภูมิใจกับ เจเนอร์เรชั่น นี้มาก โค้ชกามา เองก็เห็นด้วยว่าเรามีผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ และศักยภาพสูง และถึงเวลาที่เขาพร้อมจะโชว์ฝีเท้าในสนามแล้ว"