วรวีร์ มะกูดี หนึ่งในผู้สมัครที่ได้ถูกตัดสิทธิ์ไปก่อนหน้านี้ ย้ำการเลือกตั้งประมุขลูกหนังไทย ครั้งนี้มีปัญหาที่สุด เตรียมหอบหลักฐานฟ้องร้องหาความเป็นธรรม ทั้งใน และต่างประเทศ

 

 

การประชุมใหญ่พิเศษ เพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ผลปรากฎว่า คณะของ พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมฯคนปัจจุบัน ได้รับคะแนน 51 เสียง ขณะที่ผู้สมัครอีกราย คือ ดร. ภิญโญ นิโรจน์ นั้นได้เพียง 17 เสียง โดยมีบัตรเสีย 1 เสียงเนื่องจากกาผิดช่อง และไม่มีสโมสรงดออกเสียง ส่งผลให้ พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างขาดลอย

 

ด้าน “บังยี” วรวีร์ มะกูดี หนึ่งในผู้สมัครที่ได้ถูกตัดสิทธิ์ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งได้รับมอบสิทธิ์มาเลือกตั้งในนามสโมสรไทยยูเนียน สมุทรสาคร เอฟซี กล่าวหลังทราบผลเลือกตั้งว่า “ผมคิดว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีปัญหามากที่สุด ตั้งแต่การเอาเงินมาแจกจ่ายกันก่อนหน้าการเลือกตั้ง รวมถึงวันนี้เองก็มีปัญหาในเรื่องข้อบังคับ แต่ว่าสมาชิกส่วนใหญ่ที่มา ก็มาด้วยใบมอบอำนาจ ตัวเจ้าของสโมสรฯ เองก็ไม่ได้มา เป็นเรื่องที่เราต้องดำเนินการทักท้วงหรือฟ้องร้องกันต่อไป”

 

“ในส่วนของผม เป็นผู้แทนสโมสรฯ และเป็นผู้สมัคร แต่ว่าได้ถูกตัดสิทธิ์ไป ซึ่งผมเองก็ได้ให้ความเห็นไปแล้วว่าไม่เห็นด้วย ก็คงต้องนำเรื่องนี้ พร้อมรายละเอียด นำไปสู่กระบวนการทางกฎหมาย การออกกฎเกณฑ์ต่างๆ มาแล้วได้รับการรับรองโดยหน่วยงานของทางราชการที่ดูแล อันนี้ถ้าไม่ถูกต้องเราต้องทักท้วงในกระบวนการกฎหมายบ้านเรา ขณะที่การเลือกที่ไม่บริสุทธิ์ เราจำต้องร้องต่อกระบวนการทั้งใน และต่างประเทศ”

 

“วิธีการเลือกตั้ง ความจริงแล้ว ผมอยากนำเอาข้อบังคับที่ สมาคมเองร่างไว้ และข้อบังคับนี้ก็เป็นไปตามธรรมนูญของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ การใช้ใบมอบอำนาจ มันไม่ได้ หรือจะมาลงคะแนนด้วยจดหมายมาไม่ได้ ฉะนั้นต้องมีการแต่งตั้งตัวแทนที่มีความเกี่ยวข้องกับสโมสรสมาชิกของตนเองที่สังกัดอยู่มาลงคะแนน อันนี้เป็นเรื่องที่เราเพิ่งทราบในวันนี้ โดยคณะกรรมการกลางที่มาแจ้งให้ทราบ ผมในฐานะที่เป็นสโมสรฯ ที่มีสิทธิ์ออกสิทธิ์ออกเสียงก็ได้มีการทักท้วงไป”

 

 

“ส่วนเรื่องที่มีการตัดสิทธิ์ออกเสียงผม ก็มีการดำเนินการผ่านกระบวนการของการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ถูกต้อง ในการที่มาตัดสิทธิ์กันในลักษณะนั้น ก็คงจะต้องมีการดำเนินการในกระบวนศาลที่เกี่ยวข้องต่อไป”

 

“บังยี” ได้เผยถึงการพูดคุยกับ คณะฟีฟ่า และเอเอฟซี ที่เข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งนี้ด้วยว่า “เขาบอกว่าจะพิจารณา โดยที่เราก็แจ้งไป ทางคุณภิญโญ เองก็ได้มีหนังสือแจ้งไป แต่ว่าความจริงแล้ว การที่มีหลักฐานที่ไม่ถูกต้อง เข้ามาเลือกตั้ง มันก็จะต้องถูกกลั่นกรอง แต่แรก ไม่ใช่ว่าให้กระบวนการมันผ่าน แล้วมาฟ้องกันทีหลัง คิดว่ามันไม่ถูกต้อง ซึ่งตรงนี้ก็ขอให้เป็นการพิจารณาของ ฟีฟ่า และเอเอฟซี ต่อไปแล้วกัน”

 

“ผมผ่านการเลือกตั้งมาก็หลายครั้ง แต่ครั้งนี้ค่อนข้างมีปัญหา มากตั้งแต่แรก ความจริงแล้วมันมีเรื่องคุณสมบัติที่ขัดต่อข้อบังคับของสมาคมเอง ซึ่งการพิจารณาเองก็ไม่ได้ออกมาตามข้อบังคับได้กำหนดไว้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการตีความก็จะมีการดำเนินการไปฟ้องร้องกันต่อไป”