ปธ.ฉะเชิงเทรา ไฮ-เทค เอฟซี ร่ายยาวผ่านเพจส่วนตัว ชี้ ส.บอล ควรแจ้งปิดลีกในตอนนี้ไปก่อน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจในสถานการณ์ และเป็นการเซฟค่าใช้จ่ายทุกทีมอีกทาง มองเตะจบธันวาคมยังไม่เสียหาย ดีกว่าเสี่ยงติดโควิดเพิ่ม

 

 

สถานการณ์โควิด-19 ในไทยยังน่าเป็นกังวลโดยยังมีตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นหลักร้อยคนมาแล้วหลายวันติดต่อกัน ก่อนหน้านี้ รัฐบาล ได้ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาแล้ว เช่นกันกับ ส.บอล ที่เลื่อนลีกไปเตะต้น พ.ค. แทนแล้ว อย่างไรก็ตาม บิ๊กเก่งชนะวิทย์ ฉายแสง ปธ.ฉะเชิงเทรา ไฮ-เทค เอฟซี มองว่าโอกาสที่ลีกจะกลับมาแข่งขันช่วงเดือน พ.ค. ยังเป็ไปได้น้อยมาก อีกทั้งสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นแหล่แพร่เชื้ออีก ฉะนั้นจึงแนะไอเดียไปยัง ส.บอล ให้ประกาศช่วงนี้เป็นปิดฤดูกาลไปเลย เพื่อสร้างความเข้าใจให้ทุกฝ่าย ขณะที่การแข่งขัน รอสถานการณ์คลี่คลายเตะจบในเดือน ธ.ค. เลยก็ยังดูจะเป็นทางออกที่เป็นไปได้

 

บอสใหญ่ ปลากัดนักสู้กล่าวว่า ฟุตบอลไทยต้องแข่งต่อไปได้ แต่ถ้าเร็วเกินไปกลัวว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ครับ"
สถานะการณ์ตอนนี้มีปัญหาที่เกิดขึ้น แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหลายเรื่องครับ จากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 วงการฟุตบอลไทยก็เช่นเดียวกัน ต้องหยุดการแข่งขันและเลื่อนการแข่งขันมาหลายรอบจาก 18 เม.ย ล่าสุดเปลี่ยนมาเป็น 2 พ.ค. ทุกทีมเดือดร้อนกันมากครับ ในการกำหนดทิศทางเดินของทีมให้เดินได้ต่อไป ให้กระทบกับสโมสรและนักฟุตบอลให้น้อยที่สุด แต่ผมคิดว่าถ้ายังกำหนดเป็น 2 พ.ค.ในการกลับมาเตะของฟุตบอลไทยตามเดิม ปัญหาจะเกิดขึ้นตามมาไม่คุ้มที่จะรีบเปิดลีกตามกำหนดเวลาเดิมครับ


เอาง่ายๆเรื่องแรก เตะตามเดิมวันที่ 2 พ.ค. แม้จะเตะแบบปิดห้ามแฟนบอลเข้าชมก็ตาม อย่างน้อยทุกทีมต้องกลับมาซ้อมก่อนอย่างต่ำ2สัปดาห์ กลางเดือนเมษายน มีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามใช้สนามกีฬา ทีมจะซ้อมที่ไหนอย่างไร จะให้วิ่งกันอย่างเดียวจนถึง 30เมษา เดินทางไปแข่งอีกวัน แล้วแข่ง 2 พ.ค.มันเป็นไปไม่ได้ครับ นักบอลเล่นแบบงงๆเพราะแทบไม่ได้สัมผัสบอล ขึ้นบอล ไม่ได้ลงทีมและฟิตไม่พอบางสนามแข่ง4โมงฤดูร้อน ตายกลางแดดแน่นอนครับ


แล้วการบริหารจัดการแข่งขันวุ่นวายหนักแน่นอนครับ ทุกทีมต้องเดินทางข้ามจังหวัดไม่รู้กี่จังหวัด สถานะการณ์จะดีขึ้นภายใน1เดือน ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยครับ รัฐบาล ผู้ว่าราชการจังหวัด จะอนุญาติให้จัดการแข่งขันหรือเปล่าก็ยังไม่มีใครกล้าตอบแทนให้ได้ ทีมในกรุงเทพฯและปริมณฑลออกมาแข่งต่างจังหวัด มาตรการการกักตัว14วันจะผ่อนคลายหรือเปล่าก็ยังคาดเดาไม่ได้เลยครับ ยกเว้นเฉพาะก็ไม่ควร ถึงจะเตะแบบปิดไม่มีแฟนบอลเข้าชมก็ตาม นักฟุตบอล เด็กเก็บบอล เจ้าหน้าที่พยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องมารวมตัวกันไม่ต่ำกว่า100คน ก็อันตรายไม่คุ้มถ้ามีใครติด โควิด-19 เพิ่มขึ้นมา ทีมไหนมีนักฟุตบอลติดขึ้นมาทั้งทีมก็ต้องกักตัวเฝ้าระวัง14วัน หายไป1ทีมก็แข่งไม่ได้แน่นอนครับ แต่ทุกอย่างต้องเดินต่อไป คือเลื่อนต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้และโปรแกรมออกมาชัดเจนให้แข่งขันจบฤดูกาลภายในช่วงกลางพฤศจิกายนหรืออย่างช้าที่สุดกลางเดือนธันวาคมครับ(ภายในปีนี้)


ตามโปรแกรมเดิมทุกลีกกลับมาเตะ 2 พฤษภาคม ก็เลื่อนเพิ่มมากขึ้นอีก2เดือน กลับมาเตะต้นกรกฎาคม ไทยลีก1 ปิด24ตุลาไทยลีก2 จบ25ตุลา ก็เร่งให้จบนิดนึงจากควรจะจบ ปลายๆธันวาคม ก็จบซักต้นเดือนธันวาคมแทน ส่วน ไทยลีก3 ไทยลีก4 เตะจบฤดูกาลปกติตามกำหนดเดิมคือ 12 ก.ย.(มิถุนา-กันยา ฝนชุก)ก็ขยับออกมา2เดือน จบกลาง พฤศจิกายน แทน แล้วรอบชิง T3ก็จบปลายเดือนพฤศจิกายน(ฤดูหนาว) และรอบแชมเปี้ยนส์ลีก T4 ก็จบประมาณกลางธันวาคมครับ


ส่วนตัวทีมแปดริ้วเคยเล่นรอบแชมป์เปี้ยนลีกส์ในD2 มา2ครั้งในสมัยก่อน จบประมาณปลายพฤศจิกายน บรรยากาศดีมากครับ ลมหนาวโชยๆแฟนบอลออกมาดูบอลเพียบครับ (ถ้าสถานะการณ์กลับสู่ปกติ แก้วิกฤติเอามาเพิ่มโอกาส"อากาศเย็นสบาย"ให้ความสะดวกต่อแฟนบอลมาดูบอลมากขึ้นและนักฟุตบอลก็ไม่ร้อนครับ)

สัปดาห์หน้า สมาคมฟุตบอลฯ ประกาศออกมาเลยครับ ทุกทีมจะได้เตรียมตัวพูดคุยกับนักฟุตบอลถูก ว่าช่วงนี้ถือเสียว่าปิดฤดูกาลจากเดิมกลับมาซ้อมกลางเดือน เมษา ก็กลับมาซ้อม ต้นเดือนมิถุนาหรือกลางเดือนก็ว่ากันไป ผมว่านักฟุตบอลทุกสโมสรทุกทีมก็เข้าใจครับ ว่ามันเป็นสถานะการณ์พิเศษ ต้องประคับประคองให้สโมสรและนักฟุตบอลพอรอดไปด้วยกันครับ


รีบเลยครับฟีฟ่าเดย์หรือAFFซูซูกิคัพ ถ้าFIFAเข้าใจงดได้ก็งด หรือไม่ได้ก็ถือโอกาสใช้เยาวชนเล่นไปเลยครับไม่มีใครว่าหรอก จัดโปรแกรมลีกบอลไทยเรายัดใส่ไปเลยครับ ยิ่งดึงเวลาวันเปิดลีกใหม่ออกไป ทุกอย่างยิ่งคลี่คลายครับ ถึงมันจะยากแค่ไหนก็ลองดู ไม่เกินฝีมือสมาคมฟุตบอลฯหรอกครับ โอกาสที่ปลอดภัยจาก โควิด-19และแฟนบอลเข้าสนามยิ่งมีมากขึ้น...ช่วยกันนะครับ