FM97 พบเรื่องราวของเด็กเมืองกาญจน์ลูกคนสุดท้องของครอบครัวชั้นกรรมมาชีพจากพี่น้อง 6 คน เขาเล่นฟุตบอลตั้งแต่จำความได้ ในระดับประถม เรียนที่โรงเรียนบ้านจันทร์ลาดวิทยา แน่นอน “ใหญ่” ติดตัวโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ กระทั่งเรียนต่อมัธยมที่โรงเรียนพระแท่นคงรังวิทยาคาร “ใหญ่” ยังคงเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนต่อเนื่อง ทว่าบทบาทของเด็กตัวเล็กคนนั้นเป็นเพียงตัวประกอบที่แทบไม่ได้ลงสนามก็ตาม

 

อย่างไรก็ตาม “ใหญ่” ไม่ท้อกระทั้งช่วงมัธยมปลาย เขาค่อยๆ ก้าวมามีบทบาทร่วมกับสถาบันมากขึ้น โดยเล่นร่วมกับลูกพี่ลูกน้อง สมภพ นิลวงษ์ ในหลายรายการ กระทั่งจุดเปลี่ยนมาถึงเมื่อ “ใหญ่” พกความมั่นใจไปคัดตัวโค้กคัพเพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดกาญจนบุรี แม้ถูกปรามาส แต่เขาไม่ท้อ และท้ายสุด “ใหญ่” เป็น 1 ในขุนพลตัวแทนจังหวัด พาทีมเข้าไปถึงรอบประเทศ

 

ไปคัดติดทุนฟุตบอลที่ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์น แต่ด้วยฐานะทางบ้านไม่เอื้อเขาจึงเลือกไปรับทุน 100% ที่มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา แทน ที่นี่เขาได้เล่นกีฬามหา’ลัย จากนั้นด้วยผลงานที่โดดเด่นส่งให้ “ใหญ่” ก้าวไปติดตัว จ.นครสวรรค์ ในการเล่นโปรวินเชี่ยลลีก ตั้งแต่อายุแค่ 18-19 ปี แต่หลังจบมหา’ลัย ด้วยเงินเดือนที่ยังแทบไม่พอเลี้ยงตัวเอง “ใหญ่” เลิกเล่นฟุตบอล และไปหางานทำที่ จ.ระยอง แทน

 

อย่างไรก็ตามเขายังคอยติดตามวงการลูกหนังอยู่ห่างๆ รวมถึงตนเองก็ยังหาฟุตบอลเดินสายเตะประปราย ทว่าโชคชะตาเหมือนขีดเขียนให้ “ใหญ่” สร้างชื่อในโลกลูกหนัง เมื่อปี 2009 เกิดทีมราชนาวี ระยอง ขึ้น นั่นทำให้หัวใจเขาเรียกร้องให้กลับมาเตะฟุตบอลจริงจังอีกครั้ง การคัดตัวผ่านไปอย่างลุล่วง เมื่อฟอร์ม “ใหญ่” เข้าตา “โค้ชแฟรงค์” สุขสันต์ คุณสุทธิ์ กุนซือ “ตะหานน้ำ” ที่จับเซ็นสัญญาลุยไทยลีก

 

แจ้งเกิดกับ ราชนาวี ตั้งแต่ขวบปีแรก และเพียงพอให้ การท่าเรือ เอฟซี แชมป์เอฟเอ คัพ ในปีนั้น ยื่นข้อเสนอเข้ามา และ “ใหญ่” ตอบรับเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่นคลองเตย ผลงานภายใต้การคุมทีมของ สะสม พบประเสริฐ ใช้ได้และจบปีนั้น เชียงราย ยูไนเต็ด ในยุค สเตฟานโน คูกูร่า ดึงตัวไปร่วมงานในที่สุด ในถิ่น “กว่างโซ้ง” ทุกอย่างดูจะเป็นใจ อย่างไรก็ตาม “ใหญ่” ไม่อาจปรับตัวร่วมกับแท็กติกทีมได้ จบเลกแรก เขาตัดสินใจขอย้ายไป ทีทีเอ็ม พิจิตร แต่หลังจบปีนั้น “พญาชาละวัน” ก็แยกทางกับเขาอีก

 

ผลงานอยู่ในช่วงขาลงไม่นานนัก เมื่อปีถัดมา อีสาน ยูไนเต็ด พา “ใหญ่” แจ้งเกิดขึ้นมาอีกครั้ง และเป็น บีอีซี เทโร ที่คว้าลายเซ็นริมเส้นฟอร์มร้อนรายนี้ไปร่วมทีม อย่างไรก็ตามผลงานในสนามสวนทางกับความคาดหวัง ทำให้เขาถูกปล่อยยืมไป แบงค็อก ยูไนเต็ด ผลงานกลับมาเข้ารูปเข้ารอย และช่วยทีมรอดตกชั้นสำเร็จ

 

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ไม่รอช้าดึงตัวไปร่วมทีมในที่สุด ในถิ่น “ราชันมังกร” เขาอยุ่โยงกับทีมนาน 4 ปี ที่นี่เขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ก่อนที่จะย้ายมาประสานงานกับ สมภพ นิลวงษ์ ในถิ่น ประจวบ เอฟซี ด้วยอายุที่เริ่มมากขึ้นทำให้ชีวิตหมาล่าเนื้อของ “ใหญ่” ต้องออกไปพิสูจน์ฝีเท้ากับ ศรีสะเกษ เอฟซี, อยุธยา ยูไนเต็ด, เชียงราย ซิตี้ ก่อนที่ไวรัสโควิด-19 ระบาด ฟุตบอลไม่สามารถแข่งขันกันต่อได้จนต้องแยกทางกับ “เสือดาวเชียงราย” ในที่สุด

 

ฟ้าหลังฝนยังคงสวยงาม นครศรี ยูไนเต็ด ติดต่อเข้ามาพร้อมมอบบทบาท หัวหน้าผู้ฝึกสอน และผู้เล่นทีมนครศรี ยูไนเต็ด ด้วยความที่มีเป้าหมายชัดเจน บวกกับนี่คือครั้งแรกที่เขาจะได้มาสัมผัสกับลูกหนังแดนใต้ หลังจากที่ตระเวนไปพิสูจน์ฝีเท้ามาแล้วเกือบทุกภาคในไทย นั่นทำให้ “ใหญ่” ตอบรับภารกิจครั้งสำคัญ ลงใต้ในที่สุด กับชีวิตที่ยึดเอาความอดทนเป็นที่ตั้ง กับฝันในใจที่ยังมีไฟเต็มเปี่ยม พบเรื่องราวลูกหนังสุดโลดโผน ตีแผ่ทุกแง่มุมชีวิต ความคิด และตัวตนของ ใหญ่ นิลวงษ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน และผู้เล่นทีมนครศรี ยูไนเต็ด


เบรก 1 พบเรื่องราวชีวิต ใหญ่ นิลวงษ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน และผู้เล่นทีมนครศรี ยูไนเต็ด ตอนที่ 1

Cr. Chiang Rai City Football Club

 

เบรก 2 พบเรื่องราวชีวิต ใหญ่ นิลวงษ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน และผู้เล่นทีมนครศรี ยูไนเต็ด ตอนที่ 2

 ท่านผู้ฟัง สามารถเข้าไปฟัง Live สด ได้ในแฟนเพจของ FM97 คลิกที่นี่

ตั้งแต่เวลา 00.00-01.00 เป็นต้นไป

หรือ ฟังเทปย้อนหลัง ได้ที่นี่เช่นเดียวกัน จะนำคลิปเสียงลง youtube ให้อีกครั้ง หลังออกอากาศ 1 วัน

 

 

 

 

รายการเจาะสนามลีกภูมิภาค กับ เลขาเดย์

คลื่น FM97 คลื่นฟุตบอลของคอบอลตัวจริง

ทุกวัน พุธ,พฤหัสบดี เวลา 00.00-01.00 วันศุกร์ 23.00-24.00

ฟังเทปได้ในแฟนเพจ Supersub thailand หมวด Video->Radio

(เทปเสียงรอฟังได้หลังรายการออกอากาศ 1 วัน ที่นี่)

 

ads ชูใจ สตูดิโอ

 

ขอบคุณผู้สนับสนุน

 

 

 

ชูใจ สตูดิโอ โชคชัย 4 ซอย 20 แยก 4