ศุภวัลย์ ศุภศิริ ผจก.แพร่ ยูไนเต็ด เชื่อหากไทยลีก 1-2 กลับมาแข่งขันเร็วขึ้น ก็น่าจะส่งผลดีต่อทุกคนในวงการ หลังฟุตบอลไทยต้องเป็นสุญญากาศมานานหลายเดือน

 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กับ บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด ได้มีการนัดหารือหาข้อยุติในเรื่องลิขสิทธิ์จากเดิมที่กำหนดวันไว้เมื่ออังคารที่ผ่านมา เป็นวันที่ 24 ก.ค. นี้ ท่ามกลางข่าวลือว่าโปรแกรมการแข่งขันไทยลีก 1-2 จะขยับมาเตะเร็วขึ้น

 

ในเรื่องนี้ สื่อ SPSTH ได้มีโอกาสคุยกับ "แม่เลี้ยงไก่" ศุภวัลย์ ศุภศิริ ถึงมุมมองต่อประเด็นนี้ และความพร้อมล่าสุดของแพร่ ยูไนเต็ด โดย ผจก.ทีมทัพ ม้าคะนองศึกเปิดเผยว่า เราเริ่มซ้อมกันมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. คือถ้ามันเป็นจริงอย่างที่ลือกัน (ไทยลีก 1-2 กลับมาเตะเร็วขึ้น) คือถ้าทุกสโมสร ยินยอมพร้อมใจ เราเองก็พร้อม อาจจะไม่เต็ม 100% แต่ทุกคนในทีมก็อยู่กันครบหมด ตัวต่างชาติก็ยังซ้อมกับเรามาตลอดตั้งแต่หยุดไป รวมถึงตัวอื่นๆ ก็ยังอยู่ช่วยกันครบ ซึ่งขนาดทีมเรามีผู้เล่นหลัก 28 คน แต่ปีนี้ก็มีดันเยาวชนในจังหวัดขึ้นมาสมทบด้วย 2-3 คน

 

มองว่าเวลานี้ทุกคนอยู่ในโหมดต้องร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อรันให้วงการลูกหนังมันขยับเดินหน้าต่อไป ซึ่งเราก็ห่างหายจากการแข่งขันฟุตบอลมาหลายเดือนเต็มที การกลับมาเตะกันเร็วขึ้น ก็อาจเป็นทิศทางที่ดี ที่ส่งผลบวกกับทุกๆ คนในวงการ ไม่ว่าจะทั้งกับ สโมสร, สตาฟฟ์โค้ชนักกีฬา รวมทั้งแฟนบอล คือช่วงที่ผ่านมาเราโชคดีอย่างที่มีแคมป์ที่ทำให้ได้อยู่อย่างครอบครัว มันทำให้เราได้พูดคุย พบปะกันตลอด ซึ่งที่ผ่านมาก็ต้องขอบคุณนักกีฬา ทีมสตาฟฟ์ ด้วยที่เข้าใจในสถานการณ์ และช่วยกันลดค่าเหนื่อยเพื่อประคับประคองสถานการณ์ร่วมกันไป

 

"แม่เลี้ยงไก่" ยังพูดถึงความไม่ชัดเจนในเรื่องเงินสนับสนุนของแต่ละลีกด้วยว่า กรณีที่มันลดลงอย่างมีนัยยะที่เข้าใจได้ และไม่ได้ลดลงมากนัก คิดว่ามันเป็นอะไรที่เข้าใจได้ อาจจะมีผลกระทบกับสโมสรฯ กับนักฟุตบอลบ้าง แต่ก็เชื่อว่าทุกฝ่ายเข้าใจได้ และจะเดินหน้าต่อกันไป คิดว่าเมื่อฟุตบอลกลับมา อะไรๆ มันจะกลับมาเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น