• 24 July 2020 at 20:01
  • 377
  • 0

สมยศ ยอมรับในข้อจำกัดทั้ง 2 ฝ่าย หลังเจรจา ทรู วิชั่นส์ ไม่สำเร็จ ชี้ถึงเวลารัฐและเอกชนต้องลงมาช่วยอุ้มกีฬาอันดับ 1 ของประเทศในตอนนี้

หลังการหารือระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กับบริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ในประเด็นการถ่ายทอดสดและค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลไทย จบลงด้วยความล้มเหลว ทำให้โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลไทยทั้งหมดยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

 

พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง​ นายกสมาคมฯ ให้สัมภาษณ์หลังจบการหารือว่า "วันนี้สมาคมฯได้รับข้อเสนอจากทางผู้บริหารทรู​ วิชั่นส์​ ว่าพร้อมที่จะรับสัญญาณ​ ถ่ายทอดสดถึงวันที่​ 25​ ตุลาคมนี้​ สมาคมฯเป็นเพียงผู้รับข้อเสนอเพื่อไปแจ้งสโมสรสมาชิกถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร" 

 

"สมาคมฯ​ และทรูฯ มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในข้อขัดข้องของทั้งสองฝ่าย​ อย่างไรก็ตาม​ขอเรียนไปยังสโมสรสมาชิก​ และแฟนบอล​ ให้ทราบโดยทั่วกันว่าการจัดการแข่งขันเป็นหน้าที่สมาคมฯ ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก​นี้​ ในช่วงวิกฤต​ เหตุสุดวิสัย ทุกคนเดือดร้อนกันหมด​ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐและเอกชน​ โดยเฉพาะรัฐบาล ต้องลงมาให้ความช่วยเหลือ และให้การสนับสนุนกีฬาฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬามหาชนที่คนไทยส่วนใหญ่ชื่นชอบ" 

 

"ขอเรียนว่าสมาคมฯ​ ต้องเดินต่อไป​ ถึงแม้จะยากลำบากแค่ไหนก็ต้องเดินต่อไป​ เราคงจะต้องแสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาครัฐภายใต้วิกฤตโควิด-19​ หลายๆ​ ที่ได้รับผลกระทบ ก็อาจจะต้องให้ภาครัฐช่วยเหลือสนับสนุน" 

 

"เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดแข่งขันให้จบภายในวันที่​ 25​ ตุลาคม​นี้ สมาคมฯ วางโปรแกรมได้ก็จริง แต่ในทางปฏิบัตินั้นไม่สามารถทำได้ หากบางทีมต้องเดินทางไกลมากๆ จะไม่สามารถเตรียมทีมได้เลย เช่น​ ประจวบ​ไปเยือนเชียงราย ต้องนั่งรถ​ 400​ กิโลเมตร​ มาขึ้นเครื่อง​ แข่งเสร็จนั่งเครื่องกลับมา​ กทม. และต่อรถบัสกลับประจวบอีก​ จะเห็นได้ว่าการเตรียมทีมมันกระชั้นชิด​เกินไป" 

 

"แต่เมื่อทรูยืนยันจะถ่ายถึงเพียงแค่ 25 ตุลาคม​นี้ สมาคมฯ คงต้องยึดตามโปรแกรมเดิมคือ​กลับมาเริ่มแข่งขัน 12 กันยายน และจบเดือนพฤษภาคม ​2564 ส่วนการหาผู้สนับสนุนรายใหม่มารับช่วงต่อหลังจากเดือนตุลาคมนั้น เป็นการบ้านของสมาคมฯ ที่จะต้องเตรียมการต่อไปครับ​"