• 20 November 2020 at 20:30
  • 256
  • 0

เซร์คิโอ ซัวเรส ยิงเบิ้ล ช่วย การท่าเรือ เอฟซี ถล่ม สุพรรณบุรี เอฟซี 4-0 ฉลองคัมแบ็กเตะ แพท สเตเดียม

ฟุตบอล ไทยลีก 1 ประจำวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563 มีลงสนามกันเพียงคู่เดียว เป็นเกมที่ แพท สเตเดียม โดย "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี ที่หวนกลับมาเล่นในบ้านตัวเองอีกครั้งในรอบกว่า 1 เดือน พบกับ "ช้างศึกยุทธหัตถี" สุพรรณบุรี เอฟซี ในเวลา 18.30 น.

 

เจ้าบ้านที่คุมทัพโดย สระราวุฒิ ตรีพันธ์ มี 22 คะแนน จาก 10 นัด มาในแผน 4-2-3-1 ส่วนสุพรรณบุรี เอฟซี ของ อเดบาโย กาเดโบ ซึ่งมี 17 คะแนน จาก 11 นัด จัดทัพ 4-3-3

 

การท่าเรือ ได้เขี่ยก่อนและเปิดฉากบุกทันที โดยมีโอกาสลุ้นแรกจากฟรีคิกในนาที 2 แต่ วรวุฒิ นามเวช โขกลูกเปิดของ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ หลุดไปเล็กน้อย

 

ทางฝั่งสุพรรณบุรี มีโอกาสได้จบสกอร์เช่นกันใน 3 นาทีต่อมา เมื่อเจ้าถิ่นสกัดบอลในเขตโทษไม่ขาด มาเข้าทาง ปาณเดชา เงินประเสริฐ ซัดแต่บดพื้นเล็กน้อย และหลุดกรอบไป

 

นาทีที่ 9 เป็นการท่าเรือ ที่ดูเหนือกว่าขึ้นนำก่อนจนได้ เมื่อ นิติพงษ์ เสลานนท์ รับบอลจาก เอเลียส ดอเลาะ แล้วเปิดลึกให้ เซร์คิโอ ซัวเรส โขกตุงตาข่าย เป็นสกอร์ 1-0

 

2 นาทีต่อมา สุพรรณบุรี หวิดได้ตีเสมอ เมื่อ แพทริค ไรเชลท์ หลุดขึ้นมาทางซ้าย ก่อนหักเข้าเขตโทษ แต่จังหวะสุดท้ายถูกเจ้าถิ่นตามมาบีบ ยิงไม่ถนัดออกหลังไปแบบน่าเสียดาย

 

เกมสู้กันสนุก มาถึงนาที 30 สุพรรณบุรี ลุ้นตีเสมออีกครั้ง เมื่อ กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ หักจากสุดเส้นหลังด้านขวามาให้ เอลิอันโดร ยิงไม่จับ แต่บอลไปแฉลบเจ้าถิ่นที่ปรี่มาบล็อกเฉี่ยวประตูออกไปไปนิดเดียว

 

นาที 37 เซร์คิโอ ซัวเรส ได้บอลยาวหลุดมาทางซ้าย ก่อนโยกหลอก วสันต์ ฮมแสน แล้วซัดเต็มเท้าหมายให้เข้าเสาสอง แต่บอลผ่านหน้าประตูไป นาทีถัดมา ซัวเรส ได้ชาร์จลูกเปิดของ เควิน ดีรมรัมย์ แต่ก็หลุดกรอบอีกครั้ง

 

นาที 41 วรวุฒิ นามเวช มีโอกาสยิงแต่หลุดไปไกล จากนั้นสุพรรณบุรีแก้เกมส่งแนวรุกอย่าง ศิริมงคล จิตบรรจง ลงมาแทน มูฮัมหมัด ซูฟาห์มี อารีฟิน จากนั้นไม่มีอะไรที่ดูหวาดเสียวเพิ่มเติม จบครึ่งแรก การท่าเรือ นำ 1-0 ก่อน

 

 

กลับมาครึ่งหลัง เจ้าถิ่นเสียใบเหลืองจาก นิติพงษ์ เสลานนท์ นาที 48 และ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ นาที 52 มาถึงนาที 57 สุพรรณบุรี เสียฟรีคิกระยะอันตราย เซร์คิโอ ซัวเรส ซัดจังหวะแรกไปชนคานเด้งออกมา แต่ไม่พ้น อดิศักดิ์ ไกรษร ตามซ้ำเข้าไป

 

จังหวะดังกล่าว ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงว่า อดิศักดิ์ ไกรษร อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า แต่เมื่อเช็ก VAR แล้ว ผู้ตัดสิน สงกรานต์ บุญมีเกียรติ จึงเป่าให้เป็นสกอร์นำห่าง 2-0 ของ การท่าเรือ

 

สถานการณ์ของทีมเยือนแย่ขึ้นกว่าเดิมเมื่อมาเสียประตูที่ 3 จากจุดโทษในนาที 64 หลัง อาเลฟ วิเอร่า ซานโตส ไปทำฟาล์วคู่แข่ง และเป็น เซร์คิโอ ซัวเรส ที่ยิงเข้าไปคนละทางกับการพุ่งของผู้รักษาประตู

 

มาถึงนาที 84 เนลสัน โบนิญ่า เข้าไปในเขตโทษแล้วไม่มีจังหวะยิงจึงตอกส้นให้ เควิน ดีรมรัมย์ จับ 1 จังหวะก่อนซัดเสยคานเข้าไป สุดปัญญาป้องกันของ แพทริค เดโต้ การท่าเรือ นำ 4-0

 

นาที 87 เนลสัน โบนิญ่า รับบอลจาก เซร์คิโอ ซัวเรส เข้าเขตโทษมาทางขวาก่อนยิงยัดตุงตาข่าย แต่หลังเช็ก VAR แล้วปรากฎว่าเป็นจังหวะล้ำหน้าของ เซร์คิโอ ซัวเรส ก่อน จึงไม่เกิดประตูที่ 5

 

ช่วงทดเจ็บ 6 นาที การท่าเรือ มีลุ้นประตูเพิ่มจากจังหวะทั้งยิงทั้งจ่ายของ เนลสัน โบนิญ่า รวมถึง เซร์คิโอ ซัวเรส แต่ไม่สำเร็จ จบเกมจึงเอาชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี ไปเพียง 4-0

 

รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริง ทั้ง 2 ทีม

การท่าเรือ เอฟซี : วรวุฒิ ศรีสุภา(GK), วรวุฒิ นามเวช, เอเลียส ดอเลาะ, เซร์คิโอ ซัวเรส, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, โก ซุลกิ, อดิศักดิ์ ไกรษร, บดินทร์ ผาลา, ศิวกร จักขุประสาท(C), เควิน ดีรมรัมย์, นิติพงษ์ เสลานนท์  

สุพรรณบุรี เอฟซี :แพทริค เดโต(GK), วสันต์ ฮมแสน(C),สุประวีณ์ มีประทัง, ทินกร อสุรินทร์, เอลิวัลโดร ดอส ซานโตส กอนซากา, แพทริค ไรเชลท์, กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์, มีโชค มหาศรานุกูล, ปาณเดชา เงินประเสริฐ, มูฮัมหมัด ซูฟาห์มี อารีฟิน, อาเลฟ วิเอร่า ซานโตส

 

จำนวนผู้ชม 2,970 คน